ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 โคราชเผย ผลการตรวจสอบพบโบนันซ่ารุกที่ป่าสงวนและ ส.ป.ก.รวม 103 ไร่ เตรียมแจ้งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และสนามแข่งรถออกภายใน 30 วัน ด้านแม่ทัพภาคที่ 2 ลั่น ทหารจะทวงคืนผืนป่ากลับมาเป็นสมบัติของชาติให้ได้
นายสุรวุฒิ ใจกิจสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่า และควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) กรมป่าไม้ ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่ป่าสงวนเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบที่ดินสนามแข่งรถโบนันซ่าว่า
ขณะนี้ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 ได้รวมรวบเอกสารหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนแล้ว เบื้องต้นสรุปพบว่า มีพื้นที่ถูกบุกรุกทั้งที่เป็นเขตป่าสงวน และเขตสำนักปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) รวมทั้งหมดจำนวน 103 ไร่ ซึ่งผู้บุกรุกจะมีความผิดตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507
โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา ได้สั่งการไปยังหน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ นม.1 (ปากช่อง) ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ ทำหนังสือแจ้งให้โบนันซ่าทำการรื้อถอนบ้านพัก 16 หลัง ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับสนามแข่งรถแทงก์น้ำ และพื้นที่ถนนในสนามแข่งรถ และจะเปิดโอกาสให้โบนันซ่าหาหลักฐานเอกสารสิทธิ์การครอบครองมาแสดงภายใน 15 วัน
หากไม่มีเอกสารสิทธิมาแสดง ก็จะแจ้งให้ทำการรื้อถอนภายใน 30 วันต่อไป ซึ่งหากครบกำหนดไปแล้วยังไม่รื้อถอน ทางกรมป่าไม้จะเข้าทำการรื้อถอนเอง ซึ่งกระบวนการขั้นตอนทั้งหมดน่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน 2558 นี้ โดยอธิบดีกรมป่าไม้ได้เร่งรัดให้หน่วยงานป่าไม้ในพื้นที่เตรียมเอกสารหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อดำเนินการให้ผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดินได้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป นายสุรวุฒิ กล่าว
ด้าน พล.ท.ธวัช สุกปลั่ง แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้อำนวยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า กรณีคดีของโบนันซ่า เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้ประสานมายังกองทัพภาคที่ 2 ฉะนั้นเราจึงได้ทำงานด้วยกันในฐานะที่เป็นกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย โดยกองทัพภาคที่ 2 ก็จัดกำลังพลร่วมไปดำเนินการเท่านั้นเอง แต่ส่วนเรื่องการดำเนินการทางกฎหมายเป็นกฎหมายของไม่ใช่กฎหมายของทางทหาร