เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 6 เม.ย.พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 พ.ต.อ.ภาดล ประภานนท์ รองผบก.น.5 พ.ต.อ.กิตติกร บุญสม รองผบก.น.5 พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.อภิชาติ ทองจันดี รองผกก.สส. พ.ต.ท.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ลุมพินี ได้จับกุมคนร้ายชาวเวียดนามและกัมพูชา จำนวน 5 ราย คือ น.ส.เหงียนที ทู ตำ อายุ 36 ปี น.ส.เจา ที วา อายุ 52 ปี น.ส.เหงียน เทย เปิ๊ด ฮาน อายุ 26 ปี สัญชาติเวียดนาม และ น.ส.เวียง ดารา อายุ 33ปี น.ส.หวน โก เมน อายุ 25 ปี สัญชาติกัมพูชา พร้อมของกลางเป็นบัตรรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีของผู้เสียหายจำนวน 10ใบ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ วิโว่ 1 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แขวงและเขตคลองเตย กทม.ระหว่างก่อเหตุช่วงวันที่ 3 เม.ย. ถึง 5 เม.ย.
พ.ต.ท.อภิชาติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายภายในงานว่ามีคนล้วงกระเป๋าและเอาโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน6 ไป ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบว่าเป็นแกงค์ล้วงกระเป๋าชาวเวียดนาม จึงได้ทำการลงพ้นที่เพื่อจับกุม จนกระทั่งในวันที่ 5 เม.ย.แกงค์ล้วงกระเป๋าได้ลงมืออีกแต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไว้ได้ โดยรับสารภาพว่านั่งรถตู้โดยสารจากด่านชายแดนอรัญประเทศ ก่อนจะมาลงรถที่อนุสาวรีย์และนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมายังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และลงมือก่อเหตุก่อนจะเดินทางกลับในช่วงเย็นเพื่อนำทรัพย์สินที่ได้ไปขายและนำเงินมาแบ่งกันเพื่อใช้จ่าย
ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 วันที่ 5 เม.ษ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายอีกว่า ถูกคนร้ายก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวตามสถานที่เดิม โดยได้โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน 5 จำนวน 1 เครื่อง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากล้องวงจรปิด กระทั่งพบผู้ต้องหาเป็นแก๊งค์ชาวกัมพูชา และช่วงบ่าย ของวันที่ 6 เม.ย. พบแก๊งค์ดังกล่าวลงมือก่อเหตุซ้ำทางเจ้าหน้าที่ที่ดักรออยู่แล้วจึงได้เข้าแสดงตัวเพื่อจับกุม ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพว่าเดินทางมาจากอรัญประเทศเพื่อก่อเหตุก่อนเดินทางกลับเพื่อนำของที่ได้มาไปขาย
พ.ต.ท.อภิชาติ กล่าวด้วยว่า สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้งสองกลุ่มจะทำการเลือกเหยื่อที่สะพายกระเป๋าไว้ด้านข้างหรือด้านหลัง ก่อนจะให้คนในแก๊งค์เดินชนเพื่อให้อีกคนที่ตามประกบลงมือล้วงกระเป๋าเอาทรัพย์สินไป ก่อนจะนำไปขายฝั่งอรัญประเทศเพื่อนำเงินไปใช้จ่าย เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ผู้(ล้วงกระเป๋า) ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป