นที่ระดับวิกฤติที่มีการท่องเที่ยว โดยไม่มีการควบคุมเช่น หมู่เกาะพีพีจังหวัดกระบี่
ส่วนระดับรุนแรง การท่องเที่ยวมากและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเช่น หมู่เกาะสุรินทร์และหมู่เกาะสิมิลันจ.พังงา ,หมู่เกาะอาดังราวี จ.สตูล
สำหรับพื้นที่ระดับปานกลางมีการท่องเที่ยวมาก แต่ยังมีแนวโน้มที่จะควบคุมได้เช่นหมู่เกาะลันตา หมู่เกาะรอก หมูเกาะห้อง
และพื้นที่ระดับพิเศษ ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่ไม่ควรท่องเที่ยวเช่น เกาะตาชัย โดยเห็นว่าอาจจำเป็นต้องแก้ปัญหาในลักษณะเดียวกับอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย เนื่องจากมีลักษณะพิเศษของทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ
นักวิชาการ บอกว่า กรณีเกาะตาชัย ซึ่งมีสำรวจพบ ปะการังเสียหายสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจาก มีนักท่องเที่ยวเข้าไปจำนวนมาก ทั้งที่มีการศึกษาการรองรับไว้แค่ 70 คนต่อรอบ แต่พบว่ามีปริมาณนักท่องเที่ยวล้นมาก ขณะที่หลายอุทยานฯพบปัญหานักท่องเที่ยวขาดความมีระเบียบ เช่น การจับปลาดาวการจับหอยและปะการังขึ้นมาถ่ายรูปเล่นและการให้อาหารปลา ซึ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนว่าที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดการควบคุมหรือให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว
ดังนั้น ทางสภาปฎิรูปจึงมีเร่งด่วนจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คือ ขอให้ทำยุทธศาสตร์การปฎิรูปโดยแบ่งระดับการจัดการ ระดับความรุนแรงของแต่ละพื้นที่/ สังคายนาการจัดการท่องเที่ยวทางทะเล/ครอบคลุม/ทั้งการทำโซนนิ่งพื้นที่ใช้สอย/ พื้นที่ท่องเที่ยว การจัดเก็บรายได้ โดยเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการด้านยุทธศาสตร์อุทยานทางทะเล เพื่อทำหน้าที่ติดตามประเมินผลกระทบ
ซึ่งข้อสรุปนี้จะนำไปใช้ประกอบกับการรับฟังในเวทีของนักวิชาการและกลุ่มนักอนุรักษ์ที่เตรียมจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ก่อนจะสรุปเป็นข้อเสนอเข้าในเวทีวันที่ 26-27 มีนาคม ที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจัดขึ้นอีกครั้ง