ศาลสั่งให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ฟื้นฟูกิจการ
20 มี.ค. 2558 | lastman

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ฟื้นฟูกิจการ พร้อมให้คณะกรรมการชุด เผด็จ มุ่งธัญญา เป็นผู้บริหารแผน ซึ่งเป็นแผนระยะ 5 ปี
ข่าว
20 มี.ค. 2558 | lastman

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ฟื้นฟูกิจการ พร้อมให้คณะกรรมการชุด เผด็จ มุ่งธัญญา เป็นผู้บริหารแผน ซึ่งเป็นแผนระยะ 5 ปี
เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.ที่ผ่านมา ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ฟื้นฟูกิจการ พร้อมทั้งให้คณะดำเนินการสหกรณ์ชุดปัจจุบันเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูฯ ซึ่งล่าสุด สหกรณฯ มีทุนทรัพย์ ประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่มีเจ้าหนี้ประมาณ 5.6 หมื่นคน ซึ่งถือว่าเป็นกรณีที่มีจำนวนเจ้าหนี้สูงสุด
สำหรับขั้นตอนจากนี้ หลังศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะประกาศคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผน ระหว่างนี้เจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน 1 เดือน โดยหลังจากนี้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือผู้ทำแผน สามารถตรวจและโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นๆ ภายใน 14 วัน
ก่อนหน้านี้ นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น บอกว่า สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น มีมูลหนี้ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท แต่มีทรัพย์สินเพียง 1,500-1,600 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการทุจริตภายในคณะกรรมการดำเนินงานชุดก่อน และการบริหารงานสหกรณ์ที่สุ่มเสี่ยง
นายเผด็จ บอกว่า หลังศาลอนุญาตให้ฟื้นฟูกิจการ สหกรณ์ฯ จะใช้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 5,000 ล้านบาท มาเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยขณะนี้มีจดหมายรับรองจากนายปิติพงษ์ พุ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีเกษตรฯ ที่ระบุว่า ถ้าศาลสั่งให้สหกรณ์ฟื้นฟูจะให้เงินสนับสนุน 5,000 ล้านบาท รวมทั้งได้รับเงินคืนจากวัดพระ ธรรมกาย 684 ล้านบาท จะมาเป็นเงินเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ โดยภายในเดือนเม.ย นี้จะเริ่มให้เงินเยียวยาสมาชิก มั่นใจจะทำแผนฟื้นฟูเสร็จใน 3 เดือน ซึ่งจะขยายได้อีกครั้งละ1 เดือน รวม 2 ครั้ง และเชื่อว่าจะฟื้นฟูได้ตามแผนภายใน 5 เดือน
สำหรับแผนฟื้นฟูกิจการเบื้องต้นที่คณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯคลองจั่น ยื่นต่อศาลล้มละลายกลางครั้งนี้ เพื่อประกอบการพิจารณา เป็นแผนระยะ 5 ปี ประเด็นหลักที่จะดำเนินงาน คือ 1)ปรับระบบบริหารภายในให้มีการรวมศูนย์บัญชาการในการบริหารทรัพย์สิน หนี้สิน ติดต่อภาครัฐ 2)ประมวลข้อมูลสมาชิกให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งอาจมีจำนวนสมาชิกและจำนวนหนี้น้อยกว่าที่แสดงตัวเลข 3)จัดจ้างบุคลากรจากสำนักงานทนายความเพื่อติดตามคดีฟ้องร้องทางแพ่ง 5 คดี ซึ่งฟ้องร้องมูลค่ารวม 1.6 หมื่นล้านบาท 4)จัดตั้งหน่วยงานติดตามหนี้เงินกู้จำนวนรวมกว่า 2,000 ล้านบาท 5)สร้างสรรค์ธุรกิจใหม่