นายกรัฐมนตรี ฮาบิบ เอสซิด ของตูนิเซีย แถลงมีความเป็นไปได้ที่มือปืนผู้ก่อเหตุบุกกราดยิงในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติบาร์โด ในกรุงตูนิส เมืองหลวง กลางวันแสกๆ เมื่อวันพุธจะมีผู้สมรู้ร่วมคิด และทางการกำลังเร่งระบุตัวและตามล่าผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย 2 หรือ 3 คนที่มีส่วนร่วมก่อเหตุ
เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นโดยมีคนร้าย 2 คนที่สวมชุดเครื่องแบบทหารบุกเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ จับตัวประกันไว้กว่า 30 คนและกราดยิงใส่นักท่องเที่ยว มัคคุเทศน์ชาวตูนิเซียคนหนึ่ง เล่าว่าเขาอยู่ในพิพิธภัณธ์ตอนที่คนร้ายกราดยิงแบบไม่เลือกหน้า ทั้งที่อยู่ในเรือและรถนำเที่ยวที่จอดอยู่ด้านนอก ทางเลือกเดียวคือวิ่งหนีมิฉะนั้นอาจได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และเขาพาลูกทัวร์หนีออกทางประตูฉุกเฉินที่เป็นทางออกไปยังอาคารรัฐสภาที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้หลายคนปลอดภัย
มีรายงานด้วยว่าหลังจากตำรวจบุกเข้าไป จึงเกิดการยิงต่อสู้กับคนร้าย โดยคนร้ายถูกวิสามัญ และตำรวจเสียชีวิต 1 นาย นอกจากนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิต 17 คน และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ 1 คนและพนักงานทำความสะอาด 1 คนเสียชีวิตด้วย และยังมีผูบาดเจ็บอีก 44 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เสียชีวิตมีทั้งชาวญี่ปุ่น อิตาลี โคลัมเบีย ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส โปแลนด์, เยอรมนีและสเปน
หลังเหตุการณ์สิ้นสุดลง ประธานาธิบดีเบจิ คาอิด เอสเซบซี ซึ่งไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ประกาศว่าจะทำสงครามแบบไร้ความปราณีกับผู้ก่อการร้ายจนถึงลมหายใจสุดท้าย และบอกด้วยว่ารัฐบาลได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก
ขณะที่ประชาชนหลายพันคนรวมตัวในกรุงตูนิสเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการต่อสู้กับความชั่วร้าย และผู้นำโลกพร้อมใจประนาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะของญี่ปุ่น แถลงยืนยันมีชาวญี่ปุ่นเสียชีวิต 3 คนและบาดเจ็บ 3 คน และบอกด้วยว่าไม่ว่าเหตุผลใด การก่อการร้ายจะไม่มีทางได้รับการให้อภัย และขอประนามอย่างรุนแรง และนายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ประนามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยกย่องตูนิเซียที่มีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรวดเร็ว ทั้งในแก้สถานการณ์การจับตัวประกันและการฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย
เหตุการณ์ยิงสังหารนักท่องเที่ยวในตูนิเซียครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์โจมตีแหล่งท่องเที่ยวครั้งแรก นับตั้งแต่ประเทศกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตย หลังเกิดการปฏิวัติโค่นล้มผู้นำเผด็จการที่จุดกระแสอาหรับ สปริงส์เมื่อปี 2555