นายพนม กล่าวต่อไปว่า ตนเน้นย้ำวัดทั่วประเทศว่า หากไม่ขึ้นทะเบียนอาจจะส่งผลกระทบต่อวัด เพราะจะมีโทษตามพ.ร.บ.งาช้าง ที่กำหนดไว้ ดังนี้ ผู้มีงาช้างบ้าน รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้างบ้านไว้ในครอบครอง ต้องแจ้งการครอบครองต่อเจ้าหน้าที่ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน3ล้านบาท รวมทั้งการนำเข้า-ส่งออกงาช้างบ้าน ต้องได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข เช่นเดียวกับผู้ประสงค์ค้างาช้างบ้าน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน3ปี ปรับไม่เกิน 6ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น พศ.จึงขอให้วัดทั่วประเทศปฏิบัติตามกฏหมาย และไม่อยากให้มีการหลบเลี่ยง หากมีการตรวจพบจะมีความผิดตามพ.ร.บ.ดังกล่าวได้
ผอ.พศ.กล่าวอีกว่า สำหรับการแจ้งครอบครองงาช้าง บทเฉพาะกาล ได้ระบุให้มีการเปิดรับแจ้งเป็นเวลา90วันนับจากบัดนี้จนถึงวันที่21เม.ย.2558 โดยในเขตกรุงเทพมหานคร แจ้งที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่วนท้องที่ต่างจังหวัด แจ้งการครอบครองได้ที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์1-16และสาขา อย่างไรก็ตาม หากวัดมีข้อสงสัยประจำการใดให้ประสานกับ พจศ.ในพื้นที่ได้ทันที นอกจากนี้พศ.ยังได้เน้นย้ำให้พศจ.ให้ความรู้แก่วัดให้รับทราบถึงข้อกฏหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 และพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า(ฉบับที่3)พ.ศ.2557ด้วย
ด้านนายประดับ โพธิกาญจนวัตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะรองโฆษกพศ.กล่าวว่า วัดต้องปฏิบัติตามกฏหมาย ที่ทางฝ่ายบ้านเมืองกำหนด ซึ่งการทำทะเบียนงาช้าง ทางวัดสามารถดาวน์โหลดแบบแจ้งได้ที่WWW.DNP.GO.TH โดยทางวัดจะต้องวัดความยาวของงาแต่ละกิ่ง ส่วนโค้งด้านใน ด้านนอก รอบวง รวมถึงต้องชั่งน้ำหนัก ถ่ายรูป บันทึกในแบบกรอกของกรมอุทยานแห่งชาติฯ จากนั้นประสาน พศจ.หรือวัดจะนำไปยื่นเองที่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ก็ได้ อย่างไรก็ตามในส่วนของวัดในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ทางพศจ.ได้อำนวยความสะดวกชี้แนะการทำทะเบียน เพื่อขอขึ้นทะเบียนงาช้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนจังหวัดอื่นๆนั้น พศ.ได้มอบหมายให้พศจ.เร่งแจ้งให้เจ้าคณะปกครอง แจ้งไปยังวัดให้ดำเนินการ
งาช้างส่วนใหญ่ที่อยู่ในวัดมาจากการบริจาคและนำมาถวายเป็นพุทธบูชา จะมีตั้งแต่งาช้าง เครื่องประดับ ของใช้ เช่น ตะเกียบ ปลัดขิก ลูกประคำ พระเครื่องที่แกะด้วยงาช้าง เป็นต้น อย่างที่ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร พุทธศาสนิกชนก็นำงาช้างมาบูชา หลวงพ่อบ้านแหลม ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ได้ทำทะเบียนไว้ ดังนั้น เมื่อกฏหมายดังกล่าวกำหนดระยะเวลา90วัน วัดต้องทำทะเบียนและขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฏหมาย เมื่อขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องแล้ว ทางกรมอุทยานฯจะออกเลขทะเบียนมาให้ เพื่อใช้ติดตามตรวจสอบ หากไม่ขึ้นทะเบียนเมื่อมีการร้องเรียน หรือตรวจพบ ก็จะมีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับรองโฆษกพศ.กล่าว