ศาลอาญารัชดา เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้เบิกตัว นายมหาหิน ขุนทอง และ นายยุทธนา เย็นภิญโญ 2 ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลทหาร กรุงเทพฯ คดีลอบปาระเบิดใส่ลานจอดรถ ศาลอาญา เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อทำการไต่สวนผู้ต้องหาในฐานความผิดละเมิดศาล โดยการก่อความวุ่นวายอันตราย ซึ่งทั้งคู่มีสีหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางบรรยากาศมีสื่อมวลชนจากหลายสำนักทยอยเดินทางปักหลักติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และมีมาตรการดูแลความปลอดภัยรอบศาลอย่างเข้มข้น
พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล บอกความคืบหน้ล่าสุด คดี คนร้ายร่วมกันปาระเบิดศาลอาญารัชดา และถูกจับกุมไปส่วนหนึ่งแล้วนั้น ในวันที่ 18 มี.ค.นี้ ทาง จนท.ทหาร จะส่งตัวผู้ต้องหาอีก 1 กลุ่มมาให้กับ ทางต ร.บชน. แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะส่งมา 4 คนตามกระแสข่าวหรือไม่ ต้องรอการประสานงานมาอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงจะมีนางสุภาพร มิตรอารักษ์ หรือ เดียร์ อายุ 49 ปี ที่เป็นคนบงการด้วยหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า คนบงการในเหตุนี้อาศัยอยู่ในต่างประเทศนั้น ทางแนวทางสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ยังไม่ทราบว่าจริงเท็จแค่ไหน และไม่ทราบว่าอยู่ต่างประเทศจริงหรือไม่
พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลทหารออกหมายจับไปแล้ว 5 ราย ซึ่งจากการสอบปากคำและตรวจสอบพยานหลักฐานพบว่ายังมีผู้ที่จะต้องแจ้งข้อหาดังกล่าวเพิ่มเติมอีกนอกเหนือจากผู้ร่วมขบวนการทั้ง 14 คน ที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้า โดยกำลังจะออกหมายจับเร็วๆนี้ ส่วนผู้ที่จะถูกออกหมายจับนั้นจะอยู่เหนือกว่า นางสุภาพร มิตรอารักษ์ หรือ เดียร์ และนายมนูญ ชัยชนะ หรือ อเนก ซานฟราน หรือไม่นั้น เบื้องต้นทราบว่าเป็นระดับผู้ปฏิบัติหรือผู้ดำเนินการก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีจำนวนเท่าใด แต่ยืนยันว่ามีเพิ่มเติมอย่างแน่นอน
พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า สำหรับการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีของนายเอนกนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าหลบซ่อนอยู่ประเทศไหน แต่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยอย่างแน่นอน ส่วนนายวิระศักดิ์ โตวังจร หรือ ใหญ่ พัทยา ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามหาตัวอยู่ เชื่อว่ายังอยู่ภายในประเทส พร้อมกำชับด่านชายแทนทั่วประเทศเพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศด้วย ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ยังไม่พบว่านายอเนก เดินทางเข้ามาในประเทศไทยแบบถูกกฎหมาย ส่วนในทางการข่าวเกี่ยวกับการลักลอบเดินทางเข้ามาแบบผิดกฎหมายนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้