ชาวบราซิลกว่าล้านคน ชุมนุมไล่ ปธน.

ชาวบราซิลราว 1 ล้าน 5 แสนคนเดินขบวนในกว่า 50 เมืองทั่วประเทศเมื่อวาน เพื่อเรียกร้องให้มีกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีดิลม่า รูสเซฟฟ์ เพราะไม่พอใจการบริหารงาน และปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในรัฐบาล
ข่าว
การชุมนุมส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความสงบ แต่ในกรุงบราซิเลีย เมืองหลวง มีประชาชนหลายหมื่นคนชุมนุมที่ด้านนอกทำเนียบรัฐบาล และเกิดการปะทะกับตำรวจปราบจลาจลที่ใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลาย ผู้ประท้วงต้องการเรียกร้องให้มีการถอดถอนประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์ หลังจากเธอเพิ่งได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สองได้เพียงไม่ถึง 6 เดือน
จุดที่มีการชุมนุมใหญ่ที่สุดอยู่ที่เมืองเซาเปาโล ซึ่งมีประชาชนเดินขบวนหลายแสนคน ส่วนใหญ่สวมเสื้อยืดสีเขียวเหลือง ซึ่งเป็นสีเสื้อนักฟุตบอลทีมชาติ เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศและเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงเป็นฐานเสียงสำคัญ ของกลุ่มต่อต้านประธานาธิบดี
นอกจากนี้ในนครริโอ เด จาเนโร มีคนเดินขบวนตามชายหาดโคปาคาบานาราว 25,000 คน ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์ เพิ่งกล่าวที่เมืองนี้ส่งเสริมให้มีการชุมนุมประท้วง ซึ่งเป็นวิถีหนึ่งของการเติบโตของประเทศและสะท้อนถึงความเป็นพลเมืองที่มีวุฒิภาวะ
ปัจจุบันนางรูสเซฟฟ์มีคะแนนนิยมตกต่ำมากเป็นประวัติการณ์และเผชิญเสียงไม่พอใจทั้งในเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวที่คาดว่าเข้าสู่ภาวะถดถอยและการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการรับสินบนในบริษัทน้ำมัน เปโตรบาส ของภาครัฐ ที่อัยการระบุว่าเป็นคดีคอร์รัปชั่นครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีรายชื่อผู้ถูกสอบสวนดำเนินคดีมากถึง 54 คน รวมถึงประธานวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีพลังงาน และอดีตประธานาธิบดี
ผู้ประท้วงเชื่อว่าประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์ต้องมีส่วนรับรู้เรื่องคอร์รัปชั่นด้วย และพรรคฝ่ายค้านระบุว่า การรับสินบนส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงที่เธอเป็นผู้บริหารของเปโตรบาส แต่เธอไม่ถูกสอบสวนและปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยเผชิญการประท้วงใหญ่และเกิดจลาจลรุนแรงเมื่อปี 2556 เพราะผู้ชุมนุมไม่พอใจที่รัฐบาลสิ้นเปลืองเงินหลายพันล้านดอลลาร์ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2557