พายุไซโคลนแบมถล่ม"วานูอาตู" เสียหายหนัก

เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์เผย สภาพความเสียหายจากพายุไซโคลนแบมที่วานูอาตู หนักกว่าพายุไห่เยี่ยน
ข่าว
บรรดาหน่วยงานบรรเทาทุกข์ ต่างบรรยายสภาพพื้นที่ที่เผชิญภัยพิบัติจากพายุไซโคลน "แพม"ที่พัดขึ้นฝั่งวานูอาตูด้วยความแรงลมระดับ 5 ว่า เป็นหนึ่งในความท้าทายที่สุดที่พวกเขาเคยพบว่า ขณะที่ประธานาธิบดีบอลด์วิน ลอนส์เดล ได้โทษว่าเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เที่ยวบินบรรเทาทุกข์ได้เริ่มไปถึงพื้นที่ประสบภัยในกรุงพอร์ต วิลา แล้ว หลังพายุไซโคลน แพม พัดกระหน่ำด้วยความแรงลม 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ระบุว่า ไม่มีทางที่ความช่วยเหลือที่จำเป็นจะถูกแจกจ่ายอย่างทั่วถึงไปยังประเทศที่มีเกาะมากถึง 80 เกาะแห่งนี้ และเตือนว่า อาจต้องใช้เวลาอีกหลายวันถึงจะเข้าถึงหมู่บ้านห่างไกลที่พังราบด้วยแรงพายุ
นายทอม สกีร์โรว์ ผู้อำนวยการ "เซฟ เดอะ ชิลเดร้น" ประจำวานูอาตู เปิดเผยว่า ความท้าทายด้านโลจิสติก เลวร้ายกว่าเมื่อครั้งซูเปอร์ไต้ฝุ่น ไห่เยี่ยน ที่พัดกระหน่ำฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2556 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 7,350 คน และสร้างความเสียหายเป็นพื้นที่กว้างใหญ่เท่ากับประเทศโปรตุเกส
ตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 6 คน และบาดเจ็บมากกว่า 30 คน แต่นายสกีร์โรว์ บอกว่า แม้ตัวเลขจะน้อยกว่าพายุไห่เยี่ยน แต่ผลกระทบนั้นรุนแรงกว่า ขณะที่นายทอม์ เพอร์รี่โฆษกของแคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล บอกว่า บ้านเรือน 90 เปอร์เซ็นต์ ถูกทำลายอย่างราบคาบ
มีประชาชนราว 15,000 คน ในพอร์ต วิลา ต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย และความเสียหายแพร่กระจายไปทุกหนทุกแห่งในประเทศที่ยากจนและมีประชากร 270,000 คนแห่งนี้
นายสกีร์โรว์กล่าวว่า จากการสำรวจทางอากาศ พบว่า มีประชาชนอย่างน้อย 150,000 คน ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย และในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 75,000 คน เขาบอกด้วยว่าหน่วยงานบรรเทาทุกข์ กำลังเตรียมจะส่งความช่วยเหลือไปให้ แต่อาจต้องใชเวลาอีก 3 วัน เนื่องจากต้องรอให้สนามบินบนเกาะห่างไกลมีความพร้อมเสียก่อน