โดยขณะนี้จับกุมได้แล้ว 12 คน ยังเหลือนายวิระศักดิ์ และนายมนูญ หรือเอนก ซานฟราน ที่ยังหลบหนีอยู่ ซึ่งนายมนูญ นั้นนอกจากข้อหาก่อการร้ายแล้วยังมีความผิดฐานขัดหมายเรียก คสช. และมีหมายจับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตตรา 112 ฐานหมิ่นสถาบันฯด้วย ส่วนนายมนูญที่อยู่ในต่างประเทศ จะมีการดำเนินการขอตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามกระบวนการต่อไป ในส่วนนายวิระศักดิ์นั้น ก็มีความผิดฐานขัดหมายเรียกคสช.เช่นกันขณะนี้กำลังสืบสวนตามจับกุมอยู่ คาดว่ายังอยู่ในประเทศไทย
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า ในจำนวนนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาก่อการร้ายอั้งยี่ ซ่องโจร กับผู้ต้องหา 5 คน คือ นายมนูญ นายนรภัทร นายเจษฎาพงษ์ นางสุภาพร และนางวาสนา เนื่องจากการสืบสวนสอบสวนพบว่าเข้าข่ายความผิดนี้ด้วย โดยผู้ต้องหา 4 คนที่รับมอบตัวในวันนี้จะนำตัวฝากขังต่อศาลทหารในวันพรุ่งนี้(16 มี.ค.) นอกจากนี้ในวันที่ 18 มี.ค.นี้ ทหารจะส่งมอบผู้ต้องหาที่ควบคุมตัวอยู่อีก 4 คน คือ นายนเรศ นายเจษฎาพงษ์ นางสุภาพร และนางวาสนา ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติมด้วย
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจากคำให้การของผู้ต้องหาให้การว่ารู้จักกับนางสุภาพร หรือเดียร์ โดยได้ร่วมประชุมวางแผนและแบ่งหน้าที่กันก่อเหตุ ส่วนรายละเอียดต้องรอให้สอบสวนเสร็จสิ้นเสียก่อนจึงจะทราบว่าแต่ละคนทำอะไรบ้าง เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 4 คนที่รับมอบตัวในวันนี้ บางคนยังให้การภาคเสธ อาจเป็นเพราะไม่เข้าใจว่าการมีส่วนรู้เห็นกับการวางแผนก็ถือว่ามีความผิด บางคนไม่เข้าใจข้อกฎหมาย แต่จากการสอบสวนเบื้องต้น 4 คนนี้ร่วมประชุมมีส่วนร่วมในการก่อเหตุแน่นอน ทั้งนี้ หากสืบสวนสอบสวนไปจนพบว่าผู้ต้องหารายอื่นๆ นอกเหนือจาก 5 คน ที่แจ้งข้อหาก่อการร้ายไปแล้วเข้าข่ายความผิดก่อการร้ายด้วยก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเป็นรายๆตามพฤติการณ์และคำให้การของแต่ละคน
จากการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรู้จักกับนางเดียร์ มีการติดต่อหารือกัน ร่วมวางแผนมีการจ่ายเงินกัน เบื้องต้นพบมีการจ่ายเงินกันตั้งแต่ 10,000 บ้าง 20,000 บ้าง 50,000 บาทบ้าง สาเหตุที่ทำเกิดจากอุดมการณ์ มีค่าจ้าง และความเข้าใจผิดๆ ผู้ต้องหาทั้งหมดมีการสื่อสารกันทุกรูปแบบ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อวางแผนในการก่อเหตุและแบ่งหน้าที่กันทำ สรุปได้ว่าทั้งหมดเป็นกลุ่มเดียวกัน ผบ.ตร.กล่าว
เมื่อถามว่าเหตุที่แจ้งข้อหาก่อการร้ายกับผู้ต้องหาบางรายนั้น เกี่ยวข้องกับการมีแผนก่อเหตุรุนแรงในวันที่ 15 มีนาคม หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ถือว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่คำให้การของผู้ต้องบางคน ให้การว่ามีการพูดคุยวางแผนว่าจะก่อเหตุ
มีการพูดว่าเตรียมจะก่อเหตุในหลายพื้นที่ มีการตระเตรียมระเบิดเพื่อก่อเหตุ เพื่อนำไปสู่วัตถุประสงค์ที่เขาคิดว่า ก็อาจเป็นความคิดความเข้าใจที่ได้รับการบอกกล่าวมาอย่างไม่ถูกต้อง หรือถูกหลอกว่าให้ทำอย่างนี้แล้วจะได้อย่างนั้นอย่างนี้ ก็เป็นเรื่องที่ผู้ต้องหาได้รับข้อมูลมาผิดๆ ตลอดจนได้รับค่าจ้างเพื่อมาก่อเหตุ เบื้องต้นตำรวจได้ออกหมายจับขบวนการนี้แล้ว 14 คน แต่เรายังคงสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลเพิ่มเติม เชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก หากพบว่ามีใครร่วมกระทำ ทั้งระดับบงการ หรือปฏิบัติก็จะให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับให้ได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ตอนนี้ยังไม่มั่นใจ ยังพูดไม่ได้ว่าใครอีกบ้างจนกว่าจะทราบผลการสืบสวนสอบสวนที่มีหลักฐานโยงไปถึงบุคคลเหล่านั้น และในการสืบสวนหาเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาขบวนการนี้นั้นพนักงานสอบสวนจะต้องประสานไปยัง ปปง.ด้วย" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวถึงที่มีการระบุว่าจะมีการก่อเหตุรุนแรงในวันนี้(15 มี.ค.) ว่าเรื่องนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รัฐบาล และฝ่ายความมั่นคง มีมาตรการเข้มข้นมานานแล้ว ก่อนเหตุระเบิดพารากอนเสียอีก และเข้มข้นขึ้นหลังมีเหตุระเบิด แต่บอกรายละเอียดไม่ได้ว่าทำอะไรบ้าง ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ กรณีมีการส่งข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย แจ้งเตือน ขู่จะมีระเบิดที่นั่นที่นี่ ขอบอกว่าทหาร ตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง มั่นใจว่าคุมได้ ขอย้ำว่ามั่นใจว่าจะมีไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดเกิดขึ้น
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ยอมรับว่ามีคำให้การของผู้ต้องหาบางราย ระบุว่าจะมีการสร้างสถานการณ์รุนแรง เมื่อได้ข้อมูลมาเจ้าหน้าที่ก็มีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ แต่ต้องยอมรับว่าคนจ้องทำกับคนเฝ้าระวัง มันต่างกัน คนเฝ้าระวังอาจมีช่องเผลอเรอได้ แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมีการทำงานเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบ ขอให้พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวมั่นใจได้ วอนไปยังผู้ที่จะก่อเหตุให้คิดดีๆ บ้านเมืองกำลังอยู่ในความสงบ กำลังเดินหน้า
เมื่อถามว่าหลังจากการสืบสวนสอบสวนกลุ่มที่ถูกจับกุมมีส่วนรู้เห็นกับที่ระเบิดพารากอนหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ฟังจากคำให้การของผู้ต้องหาบางคนบอกว่า เกี่ยวข้อง และอยู่ในขบวนการเดียวกัน เพียงแต่ว่าแบ่งหน้าที่กันทำ อาจจะเป็นคนละชุดกัน แต่ว่าจากคำให้การของผู้ต้องหาได้รับฟังคำบอกเล่ามาว่า เป็นกลุ่มเดียวกันและมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน
เมื่อถามว่าพนักงานสอบสวนได้เอาภาพวงจรปิดเหตุระเบิดพารากอนให้ผู้ต้องหาดูว่ารู้จักกันหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนต้องทำและให้ดู ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้ต้องหาที่สอบสวนมา เพราะบางคนอาจจะไม่รู้จักกันเลยก็ได้ แต่คนอาจจะปกปิดตัวเองเพราะว่าเป็นคนละทีม
ด้าน พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 กล่าวบรรยายแผนผังเครือข่ายผู้ก่อเหตุว่า สรุปจากเหตุการณ์ที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนมาซักถามในรอบแรก ซึ่งจากการซักถามแล้วให้การเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ ทำให้สามารถขยายเครือข่ายผู้ที่ร่วมประชุมและวางแผนในการกระทำครั้งนี้ทั้งหมด 8 คน นอกจากนี้แล้วยังเชื่อมโยงไปยังกลุ่มของนางสุภาพร มิตรอารักษ์ หรือเดียร์ โยงไปถึงบุคคลที่อยู่ต่างประเทศ ก็คือนายมนูญ ชัยชนะ หรืออเนก ซานฟราน ซึ่งบุคคลเหล่านี้ถือว่าเป็นกลุ่มนายทุนที่ให้เงินสนับสนุนและโอนเงินมาให้กับนางสุภาพร ผ่านไปทางนางวาสนา บุษดี ส่งต่อเข้ามาให้กับผู้ที่กระทำความผิด เอาอาวุธและเงินไปมอบให้กับผู้ที่ลงมือกระทำความผิด โดยมีอีกส่วนจัดหาระเบิดอาวุธไว้ให้
ลักษณะการกระทำของกลุ่มบุคคลนี้ เป็นกลุ่มก้อน มีการจัดตั้งองค์กรขึ้นมา เรียกกลุ่มองค์กรภาคีเพื่อสิทธิมนุษยชน และร่วมกระทำความผิดปกปิดวิธีดำเนินการก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง และทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความหวาดกลัว โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ขออนุมัติศาลทหารออกหมายจับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในเรื่องของความผิดฐานก่อการร้าย อันนี้คือประเด็นที่ 1 ประเด็นที่ 2 มีการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาปกปิดวิธีดำเนินการก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองก็เป็นความผิดฐานอั้งยี่ ตอนนี้ได้เริ่มดำเนินการสืบสวนต่อ จะมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลออกไปยังกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง และนายทุนที่อยู่ต่างประเทศที่เข้ามาดำเนินการ และบางคนยังหนีหมายศาล ในเรื่องของคดีตามมาตรา 112 อีกหลายคน ส่วนคนที่หลบหนีคือ นายมนูญ ขณะนี้อยู่เมืองนอก มีเรื่องของหมิ่นสถาบัน ขัดหมายเรียก และโดนในเรื่องของการให้เงินสนับสนุนในการก่อการร้าย อันนี้เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทหารและตำรวจต้องติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ พล.ต.ต.ชยพล กล่าว