พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าการจับกุมดำเนินคดีกับคนร้ายในคดีปาระเบิดศาลอาญา หากการสอบสวนผู้ต้องหาที่จับกุมได้ โยงไปถึงใครที่เป็นคนสนับสนุนให้การช่วยเหลือ ตำรวจก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย และยืนยันว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ถูกดำเนินการตามพยานหลักฐานอย่างชัดเจน ไม่สามารถบิดเบือนได้ ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดำเนินการตามอำนาจและพยานหลักฐานที่ปรากฏ
ก่อนหน้านี้ ศาลทหารกรุงเทพได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดีปาระเบิดใส่ศาลอาญา เมื่อวันที่ 7 มี.ค. อีก 5 ราย ประกอบ นายนรพัฒน์ เหลือผล หรือ บาส ร่วมประชุมวางแผน นายมนูญ ชัยชนะ หรือ เอนก ซานฟราน ผู้ต้องหาความผิดตามมาตรา 112 ที่ จ.อยุธยา และฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นางสุภาพร มิตรอารักษ์ หรือ เดียร์ ผู้จ้างวาน / นางวาสนา บุษดี ผู้รับคำสั่งจาก นางเดียร์ ให้โอนเงินค่าจ้าง 10,000 บาท ให้กับกลุ่มผู้ต้องหาที่ลงมือก่อเหตุ และ นายเจษฎาพงษ์ วัฒนพรชัยสิริ อายุ 44 ปี ผู้ร่วมประชุมวางแผน ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำให้เกิดระเบิด มีและใช้เครื่องกระสุนปืน ที่ใช้เฉพาะแก่การสงคราม ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืน, มียุทธภัณฑ์ทางทหารไว้ในครอบครอง, ยิงปืน โดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน รวมทั้งข้อหาร่วมกันก่อการร้ายและความผิดฐานอั้งยี่