เมื่อเวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสหประชาชาติระดับโลก ว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติครั้งที่ 3 ณ เมืองเซนไดตอนหนึ่งว่า แต่ละประเทศมีศักยภาพในการพัฒนาที่แตกต่างกันความร่วมมือระหว่างประเทศ และหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา จึงมีความสำคัญยิ่ง ต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถ ระดมทรัพยากร รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีในกรอบอาเซียน
ประเด็นเรื่องภัยพิบัติได้รับความสำคัญในอันดับต้น อาเซียนยึดมั่นในการอนุวัติกรอบความร่วมมือเฮียวโกะ และตามความตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและการโต้ตอบสถานการณ์ฉุกเฉิน อีกทั้ง กองทุนสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียนบวกสาม เป็นเครื่องบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ให้เกิดการขาดแคลนอาหารเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติในเอเชียและแปซิฟิก กองทุนเอสแคปสำหรับภัยพิบัติสึนามิ และการเตรียมความพร้อมจากสภาพภูมิอากาศเป็นตัวอย่างที่ดีอีกตัวอย่างหนึ่ง และประเทศไทยมีความภูมิใจ ที่ได้เป็นผู้ร่วมริเริ่มก่อตั้งกองทุนดังกล่าว
พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ไทยได้พัฒนาภูมิความรู้และเสริมสร้างความเข้มแข็งระดับชุมชนในการป้องกัน เฝ้าระวัง และรับมือภัยพิบัติ โดยยึดตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เน้นเรื่องการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน และการสร้างความเข้มแข็งและภูมิต้านทานให้แก่ชุมชน ทรงสอนไม่ไปรบกวนธรรมชาติ หากใช้ธรรมชาติมากเกินไป ก็จะเป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และต่อโลก จึงต้องอยู่อย่างพอเพียงเพราะหากเกิดผลเสียหายแล้ว การฟื้นฟูจะใช้เวลายาวนานนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หารือกับนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติระดับโลกว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ครั้งที่ 3 ณ เมืองเซนได ของญี่ปุ่น
โดยโฆษกรัฐบาล นพ. ยงยุทธ มัยลาภ บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวชื่นชมนายกฯ ญี่ปุ่น ในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมครั้งนี้ พร้อมยกย่องรัฐบาลและชาวญี่ปุ่นที่สามารถฟื้นฟูบ้านเมืองได้อย่างรวดเร็วหลังเหตุสึนามิเมื่อปี 2554
ขณะที่ไทยเองก็เคยประสบกับเหตุสึนามิครั้งร้ายแรงเมื่อปี 2547 ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ประเทศต่าง ๆ ต้องแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติเพื่อลดความสูญเสีย
นายกรัฐมนตรีไทยและนายกฯญี่ปุ่น ยังติดตามความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างกัน โดยเฉพาะความร่วมมือระบบราง โดยทั้งสองเห็นพ้องที่จะเร่งผลักดันความร่วมมือตามบันทึกเจตนารมณ์ (MOI) เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว พร้อมพูดคุยถึงการเปิดตลาดสินค้าเกษตรร่วมกันด้วย