ปริมาณโฟมที่คนไทยใช้เฉลี่ย 1 วันสูงถึง 60 ล้านชิ้น นอกจากจะกลายเป็นขยะที่ตกค้าง เกิดปัญหาในการจัดการแล้ว ยังพบว่าสารเคมี ที่ปนเปื้อนในกล่องโฟม เป็นภัยเงียบที่กระทบ/ต่อสุขภาพอนามัยของคน โดยเฉพาะโรคมะเร็ง
มีข้อมูลถ้าเราบริโภคอาหารร้อนที่ใส่ในกล่องโฟมแบบนี้เพียงแค่วันละหนึ่งมื้อเป็นระยะเวลา10 ปีจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งถึง 6 เท่า ทำให้กระทรวงสาธารณสุข ต้องออกมาขอความร่วมมือกับภาคเอกชนสร้างเขตพื้นที่ปบอดโฟมโดยใช้บรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยอย่างที่เห็นค่ะ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุข ลงนามความร่วมมือในโครงการรณ รงค์ลด ละ เลิก การใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย โดยเชิญตัวแทนจาก 18 กลุ่มบริษัทเอกชนรายใหญ่ สมาคมผู้ประกอบการอาหาร และสถานีโทร ทัศน์ ไทยพีบีเอส ขยายพื้นที่เขตปลอดโฟม หลังพบแนวโน้มการใช้โฟมในสังคมไทยจะสูงขึ้นอีกร้อยละ3-5 ของปัจจุบัน
ให้18หน่วยงานเป็นต้นแบบลดเลิกใข้โฟม ซึ่งพบว่าหลายแห่งรพ.ชุมชนที่แม่สอด ภูกระดึง ใช้แล้ว----ต่อด้วยต้องสร้างเขตปลอดโฟม
เป้าหมายครั้งนี้ เพื่อสร้างเขตพื้นที่ปลอดการใช้โฟมใส่อาหาร โดยหันไปเลือกใช้ภาชนะทดแทนโฟม ปฏิเสธการใช้โฟมทุกรูปแบบ หลังจากกรมอนามัย ประสบความสำเร็จในการดึงร้านค้าจำนวน 311รายเลิกใช้โฟมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และกำลังขยายการรณงค์ไปทุกหน่วยงานทั่วประเทศของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งนำร่องในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้ประกอบการรายนี้ ยอมรับว่าพร้อมร่วมมือในการสร้างเขตปลอดโฟมแต่ยังกังวลถึงต้นทุนการใช้บรรจุภัณฑ์ทดแทนที่มีราคาสูงกว่ากล่องโฟมถึงเท่าตัว
ใช้กล่องกระดาษแทนโฟม เหลือเพียงแค่ถ้วยใส่โจ๊กในอีก20สาขา ซึ่งยอมรับว่ามีต้นทุนแต่เราเอาผู้บริโภคเป็นหลัก
กล่องโฟม จะหมดไปจากชีวิตประจำวันของคนไทย หากยอมลด ละเลิก การใช้โฟมแค่หนึ่งมื้อต่อวัน