การดูแลและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ และได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม
ปันจา เทพวงสา เกษตรกรพันธสัญญาในจ.แม่ฮ่องสอน วัย 63 ปี ปลูกถั่วเหลืองบนพื้นที่ 7 ไร่ ของครอบครัวมานานหลายปี แต่ได้ผลผลิตน้อย รายได้ไม่พอกิน
เมื่อ 5 ปีก่อนเขาจึงตัดสินใจทำสัญญากับบริษัทเอกชน รับปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ บนที่ดินของครอบครัว โดยหวังเพียงว่าการทำเกษตรพันธสัญญาครั้งนี้ จะทำให้ครอบครัวมีรายได้ที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ปันจา บอกว่าเขาต้องจ่าย ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าจ้างเก็บค่าข้าวโพดเฉลี่ยไร่ละ 6,700 บาท แต่ทว่า เขาต้องทำตามขั้นตอนที่ทางบริษัทกำหนดไว้ ตั้งแต่เริ่มต้นปลูกไปจนถึงวันที่เก็บผลผลิต ซึ่งบริษัทคู่สัญญาจะเป็นผู้กำหนดทั้งหมด
เขาบอกด้วยว่าหากไม่มีอะไรผิดพลาด จะได้กำไรจากข้าวโพดถึงไร่ละ 5,000 บาทต่อ 1 รอบการปลูก ซึ่งทุกวันนี้ ครอบครัวปันจา มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีเงินเหลือพอใช้หนี้สิน
ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานมองว่า เกษตรกรพันธสัญญา มักถูกบริษัทคู่สัญญาเอารัดเอาเปรียบ แทนที่จะปลดหนี้ได้ กลับต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้น จากสัญญาที่ผูกมัดจนดิ้นไม่หลุด แรงงานกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายแรงงานเท่าที่ควร
บริษัทไพโอเนีย ไฮ-เบรด ไทยแลนด์ จำกัด หนึ่งในผู้ผลิตเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตั้งอยู่ในนิคมอุสาหกรรมลำพูน ได้ทำสัญญากับเกษตรกรกว่า 10,000 ครัวเรือนมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดกว่า 20,000ไร่ ครอบคลุมจังหวัด แม่ฮ่องสอน ลำปาง เชียงใหม่ และอุตรดิตถ์
นายดุสิต กุลสันติวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายผลิต ยืนยันว่า บริษัททำสัญญาอย่างเป็นธรรม ยึดผลประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย มีการประกันราคารับซื้อตามราคาตลาดโลก และขายเมล็ดพันธุ์ ยาฆ่าแมลง และปุ๋ยให้กับเกษตรกรในราคาต้นทุนอีกด้วย แม้วันนี้หลายบริษัทจะทำสัญญาว่าจ้างเกษตรกรอย่างเป็นธรรม จ่ายค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม แต่ยังคงมีบางบริษัทที่เอารัดเอาเปรียบอยู่ ทำให้แรงงานนอกระบบกลุ่มนี้ ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่กระทรวงแรงงาน ต้องหาทางออกให้กับแรงงานเกษตรกรพันธสัญญา ให้ได้รับความเป็นธรรมโดยเร็ว