ลูกของคนไม่มีสถานะทางทะเบียน ที่เกิดในประเทศไทย หลังวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ปี 2535 จะไม่ได้รับสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ ในพรบ.สัญชาติแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 ปี 2551 นี่คือผลกระทบทางกฎหมายที่เกิดขึ้นโดยตรงกับเปิ้ล หญิงสาววัย 22 ปี คนนี้
มาเม็ดสลิม วัย 54 ปีผู้ป็นพ่อ ย้ายถิ่นฐานจากพม่ามาเมืองไทย เมื่อปี 2520 และให้กำเนิดลูกสาวคนโตวันที่ 15 สิงหาคม 2535 ทำให้หญิงสาวคนนี้ได้สัญชาติพม่าแทน
นี่คือสูติบัตรของเปิ้ล เป็นหลักฐานยืนยันชัดว่าเกิดในประเทศไทย และมีสิทธิได้รับสัญชาติไทยตามหลักเขตแดน ในหลักการสากล แต่ทุกวันนี้กฎหมายสัญชาติของไทยยังไม่ครอบคลุม
ที่ผ่านมา เปิ้ลต้องทำหนังสือขอออกนอกพื้นที่จากจังหวัดนนทบุรี มาโดยตลอด ไม่เช่นนั้นเธออาจโดนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับในข้อหาหลบหนี้เข้าเมือง นอกจากนี้ยังไม่มีสิทธิในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และไม่มีผู้ประกอบการรายไหนรับเข้าทำงาน หากรู้ว่าไม่มีสัญชาติไทยปี 2555 ครอบครัวเปิ้ล ยื่นเรื่องขอให้กรรมการสิทธิมนุษยชยแห่งชาติช่วยเหลือ แต่ถึงอย่างนั้น ประกาศกระทรวงมหาดไทย อาศัยอำนาจตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ในพรบ.สัญชาติฉบับที่ 4 ก็ระบุให้สัญชาติแก่กลุ่มชาติพันธุ์เพียง 14 กลุ่ม ในจำนวนนี้ไม่ครอบคลุมกรณีของเปิ้ล
ย้อนไปเมื่อปี 2455 นับตั้งแต่แรกเริ่มมีพรบ.สัญชาติ ในสมัยรัชกาลที่ 6 ระบุว่า บุคคลที่ได้กำเนิดในพระราชอาณาจักรสยาม ให้บัญญัติว่าเป็นคนไทย
เพื่อคุ้มครองสิทธิแก่คนไร้สถานะกลุ่มนี้ ประธานคณะอนุกรรมการด้านสถานะบุคคลและสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์และแรงงานข้ามชาติ บอกว่าจะเสนอรัฐให้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายสัญชาติให้ครอบคลุมทั่วถึง และเป็นธรรม
นอกจากกรณีของเปิ้ล ที่กฎหมายสัญชาติยังไม่ครอบคลุมแล้วยัง คนไร้สัญชาติอีกหลายกรณีที่กฎหมายกำหนดให้สัญชาติแล้วเช่นกลุ่มไทยพลัดถิ่น และกลุ่มชาติพันธุ์ 14 กลุ่ม ยังคงเกิดความล่าช้าในการให้สัญชาติ เนื่องจากการตีความด้านกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานท้องถิ่น ที่มักเข้าใจว่าการนำคนต่างด้าวมาให้สัญชาติไทยเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และการเรียกรับสินบน
หลังจากนี้กรรมการสิทธิฯ จะส่งข้อเรียกร้องนี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครอง รับทราบ เพื่อให้ดำเนินการให้สัญชาติแก่คนไทยไร้สัญชาติตามกฎหมาย อย่างจริงจังด้วย