ตกแต่งกรอบหน้าบันด้วยศิลปะไทย มีก้านและใบไม้ติดตามฉบับฝรั่งเศส พร้อมดอกเมาตาล ศิลปะปูนปั้นจากจีน ผสมผสานอย่างลงตัวเป็นซุ้มทรงวิมาน 3 ยอด มัสยิดบางหลวง ยังเป็นมัสยิดทรงไทยทั้งหลังแห่งเดียวในโลก สะท้อนการตกผลึกของชุมชนย่านกะดีจีน ที่คนมุสลิม พุทธ และคริสต์ได้อยู่ร่วมกันมานานนับร้อยปี
ย่านกะดีจีนกินพื้นที่ 6 ชุมชนใน 1 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่วัดกัลยาณ์ ลากยาวมาถึงสะพานพุทธฝั่งธนบุรี ความสวยงามของกะดีจีนคือการอยู่ร่วมกันของคนต่างศาสนา ภาพที่ชัดเจนอยู่ที่ มัสยิดบางหลวง วัดกัลยาณมิตร ศาลเจ้าเกียนกันเอง และโบสถ์ซางตาครู้ส ที่วางแนวเรียงกันริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เมื่อการเติบโตของเมืองส่งผลให้ ชุมชนเริ่มแออัด สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม คนในชุมชนทยอยย้ายออก ส่วนคนที่มาใหม่ก็ไม่ได้ผูกพันกับท้องถิ่น เป็นผลให้ชุมชน 3 ศาสนาช่วยกันฟื้นฟูที่อยู่อาศัย และวัฒนธรรม
การฟื้นฟูกะดีจีน เริ่มเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ด้วยโมเดลคนในคิด คนนอกช่วยทำ เปิดเวทีสาธารณะให้ชุมชนได้สะท้อนความต้องการ ก่อนนักวิชาการนำไปพัฒนาเป็นโครงการฟื้นฟู จนประสบความสำเร็จเป็น แผนที่มรดกวัฒนธรรมกะดีจีน ก่อนขยายเป็นโครงการ กะดีจีนศิลป์ในซอย จัดขึ้นต่อเนื่องจนกลายเป็นเทศกาลประจำชุมชน จนทำให้ภายนอกเห็นคุณค่าของย่านนี้ ส่วนภายในชุมชนก็เข้มแข็งกว่าเดิม
หัวใจสำเร็จของโครงการฟื้นฟูกะดีจีน อยู่ที่ความร่วมมือระหว่าง ชาวบ้าน ภาครัฐ และภาคีเอกชน ผ่านตัวแบบฟื้นฟูเมืองแบบมีส่วนร่วม ใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง โดยมีภาคีกว่า 70 องค์กร และภาครัฐนับ 10 ช่วยกันผลักดันจนสำเร็จ
การพัฒนาโดยรัฐมักละเลยเสน่ห์เฉพาะตัวของชุมชน จนนำไปสู่การพัฒนาเมืองแบบเหมือนกันไปหมด ความสำเร็จที่ชุมชนกะดีจีน 3 ศาสนา จึงเป็นตัวแบบสำคัญ ที่การอนุรักษ์ชุมชนเกิดขึนจากข้างล่างไปสู่ข้างบน ที่ทำให้ความแตกต่างหลากหลายยังมีลมหายใจอยู่ได้ ท่ามกลางเมืองหลวงที่ทันสมัย