เนชั่นทีวี

ข่าว

คสช.เมิน อียู เลิกกฏอัยการศึก

15 ก.พ. 2558 | wanchat

คสช.เมิน อียู เลิกกฏอัยการศึก

คสช. เมิน สหภาพอียู เลิก กฏอัยการศึก ยันต้องดูแลความเรียบร้อย ชี้ คุมตัวบุคคล ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมเปิดเวที ให้ ปชช.แสดงความเห็น สะท้อนถึงความเป็น ปชต. ย้อนศร อียู "เป็นมิตรและหุ้นส่วนของประเทศไทย" ต้องให้กำลังใจและเปิดโอกาสแก้ปัญหาตามแนวทาง

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบกในฐานะเลขา คสช. สั่งให้เร่งทำความเข้าใจกรณีสำนักงานผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ โดยอ้างว่าได้รับความเห็นชอบจากคณะเอกอัคราชทูตของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปแห่งประเทศไทย ที่รู้สึกกังวลต่อการควบคุมตัวบุคคลโดยไม่มีการตรวจสอบจากองค์กรตุลาการ ตลอดจนการใช้ศาลทหารพิจารณาคดีของพลเรือน พร้อมเรียกร้องให้กลับเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตย และยกเลิกกฎอัยการศึก ว่า คสช.เข้าใจถึงความกังวลดังกล่าว แต่อยากให้พิจารณาถึงสถานการณ์ในไทย ที่มีความแตกต่างจากการประเทศอื่นๆ รวมถึงบริบทของการแก้ไขปัญหาย่อมมีความแตกต่างเช่นกัน ทั้งนี้การควบคุมตัวบุคคลในปัจจุบัน เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกระบวนยุติธรรมปกติ ต่อผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดเท่านั้น และยังจะต้องขออำนาจจากศาลเช่นกัน ซึ่งยืนยันว่ายังเป็นไปตามกรอบบทบัญญัติที่กฎหมายกำหนด ส่วนการเชิญ หรือการขอเข้าไปพบปะแลกเปลี่ยนมุมแนวคิด เพื่อให้มีแนวทางความคิดเห็นตรงกันในเชิงสร้างสรรค์ ในลักษณะขอความร่วมมือและทำความเข้าใจกันเท่านั้น และการดำเนินการต่อบุคคลดังกล่าวไม่ไช่ในฐานะผู้ที่ทำความผิด ยืนยันการปฏิบัติอยู่ภายใต้พื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน
พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ส่วนคดีที่มีความจำเป็นต้องฟ้องศาลทหาร ปัจจุบันมีอยู่เพียง 3 ฐานความผิดเท่านั้น คือคดีความมั่นคง และเชื่อมโยงกับความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งมั่นใจว่าสังคมส่วนใหญ่ยอมรับและเข้าใจ สำหรับกระบวนการพิจารณาเอาผิด หรือกระบวนการในการแก้ต่างคดีในศาลทหารยังเป็นรูปแบบมาตรฐาน และอาศัยตัวบทบัญญัติของกฎหมาย ในการพิจารณาคดีเหมือนกันกับศาลพลเรือน
"การเรียกร้องให้กลับเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตย ขณะนี้มีการดำเนินอยู่แล้วในหลายลักษณะ แม้ว่าจะยังไม่มีการเลือกตั้ง แต่การดำเนินงานของรัฐบาลและ คสช. อยู่ใน Road Map ระยะ 3 แต่ในทางพฤตินัยจะเห็นได้ว่าการบริหารประเทศยังคงยึดโยงให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ฟังเสียงความต้องการประชาชนผ่านศูนย์ดำรงธรรม ผ่านศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ผ่านเวทีรับฟังความเห็นของในหลายๆ องค์กร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมกับภาครัฐได้อย่างกว้างขวาง เชื่อว่ารัฐบาลและ คสช.เปิดกว้างมากกว่าในช่วงอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้การขับเคลื่อนประเทศครั้งนี้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง" พ.อ.วินธัย กล่าว
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ส่วนการใช้กฎอัยการศึก ด้วยสถานการณ์ยังคงละเอียดอ่อน ต้องพยายามสร้างบ้านเมืองให้มีระเบียบวินัย ไม่มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพต่อกันโดยเฉพาะการใช้ความรุนแรง ต้องบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ทหารมาร่วมกับตำรวจ และฝ่ายปกครอง มาดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎอัยการศึกก็เพียงเท่าที่จำเป็น หลักๆ มีเพียง 2 ข้อคือ ขอให้งดเว้นการชุมนุมทางการเมือง กับช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวผู้ต้องสงสัยกระทำความผิด ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น ซึ่งจากผลการปฏิบัติประชาชนส่วนใหญ่อุ่นใจการดำเนินการต่อผู้กระทำผิดมีประสิทธิภาพมากขึ้น และรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น ยังไม่พบประเด็นส่งผลลบในเชิงประจักษ์ทางพฤตินัย
"ขอให้มั่นใจว่า ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน คสช.และรัฐบาล ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ตาม ROADMAP ที่กำหนดไว้เพื่อแก้ไขปัญหา ขับเคลื่อนประเทศ ไปสู่การปฏิรูปและประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ขอโอกาสประเทศไทยได้เดินไปข้างหน้าตามแนวทางที่สังคมไทยคาดหวัง พร้อมเป็นกำลังใจให้ประเทศไทยในฐานะ "มิตรและหุ้นส่วนของประเทศไทย" ตามที่คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยได้แสดงเจตนาไว้ในแถลงการณ์" พ.อ.วินธัย กล่าว

ข่าวล่าสุด