เนชั่นทีวี

ข่าว

ทหารบุกจับบ่อน"สก.อ้วน" ย่านบางนา รวบผีพนัน 46 คน

14 ก.พ. 2558 | wanchat

ทหารบุกจับบ่อน"สก.อ้วน" ย่านบางนา รวบผีพนัน 46 คน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.อ.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ รองผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์(รอง ผบ.พล.ม.2 รอ.) และ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ.ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก พล.ม.2 รอ.กว่า 30 นาย บุกเข้าทลายบ่อนการพนันที่บ้านเลขที่ 775/6 , 775/8 ภายในซอยแบริ่ง 13 แยกย่อยสันติภูมิ 3 ถนนแบริ่ง หรือสุขุมวิท 107 แขวงและเขตบางนา กทม. ในเวลาต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางนา นำโดย พ.ต.ต.ปรัชญา บุญยืน สว.สส.นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกว่า 10 นายเข้าร่วมตรวจสอบ

จากการตรวจสอบบ่อนดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ปลูกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยมีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด ซึ่งรั้วด้านหน้าและด้านข้างสูงประมาณ 4 เมตร ส่วนด้านหลังสูงประมาณ 2 เมตรครึ่ง ทางเข้าเป็นประดูอัลลอยขนาดใหญ่ปิดทึบไม่สามารถมองเห็นตัวบ้านด้านในได้ เมื่อเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปด้านในบ้านเดี่ยว พบชั้นล่างดัดแปลงเป็นบ่อนการพนัน มีโต๊ะบาคาร่าตั้งอยู่ 1 โต๊ะ ภายในติดป้ายกฎกติกาการเล่นพนันแบบต่างๆ ซึ่งพบนักพนันชาย-หญิงกำลังจับกลุ่มเล่นพันไพ่ป๊อกอยู่ที่โต๊ะบาคาร่าชั้นล่าง เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมท่ามกลางความอลหม่าน และเสียงเอะอะ โวยวายของนักพนัน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนักพนันได้ทั้งหมด 46 คน แบ่งเป็นชาย 13 คน และ หญิง 33 คน ยึดของกลางที่เป็นอุปกรณ์การเล่นพนันจำนวนมาก ประกอบด้วย ไพ่พลาสติกจำนวน 43 สำรับ อุปกรณ์เล่นไฮโลว์ 4 ชุด โต๊ะบาคาร่า 1 ชุด โต๊ะสำหรับเล่นพนันไพ่อีกจำนวนหนึ่ง และเงินสด 567,200 บาท
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นซึ่งตั้งอยู่ด้านหลัง พบทำไว้สำหรับเล่นพนันโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นห้องโล่งทั้งสองชั้น มีห้องน้ำไว้ให้บริการจำนวน 5 ห้อง ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง นอกจากนี้ยังพบทางลับบริเวณห้องครัวที่เปิดออกไปยังรั้วด้านหลังบ้าน โดยทำเป็นช่องลับใช้ประตูเหล็กปิดทับไว้ ซึ่งช่องลับดังกล่าวมีค้อนปอนด์ 2 อันเอาไว้ทุบกำแพงเจาะช่องหลบหนีเข้าป่าด้านหลังของบ้าน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังตรวจพบบ้านหลังดังกล่าว รวมทั้งอาคารพาณิขย์ติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบ ทั้งด้านนอกและด้านในบ้าน รวมถึงด้านหน้าตรงประตูรั้วทางเข้าเพื่อดูความเคลื่อนไหว จากนั้นยังมีคนดูต้นทางหรือสเก๊าท์ คอยสังเกตการณ์อยู่นอกรั้ว เพื่อคัดเลือกคนเข้าไปเล่นการพนัน โดยใช้โทรศัพท์มือถือและวิทยุสื่อสารเครื่องแดงไว้คอยส่งสัญญาณ โดยก่อนเข้าจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายบุญเลิศ อ่ำบุญธรรม อายุ 33 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนดูต้นทาง พบมีเงินติดตัว 3 แสนกว่าบาท แต่นายบุญเลิศ อ้างว่า ไม่ใช่คนดูต้นทาง เป็นนักพนันที่มาเล่นเหมือนกับคนอื่นๆ ซึ่งบ่อนเพิ่งเปิดมาได้ 5 วัน และตนก็มาเล่นเป็นวันที่ 5 คือวันนี้(13 ก.พ.) จนถูกจับกุมดังกล่าว
พ.อ.บุรินทร์ กล่าวว่า การเข้าจับกุมบ่อนการพนันแห่งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าบ้านหลังดังกล่าวเปิดบ่อนอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย มีนักพนันมาเล่นตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเจ้าของบ่อนเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เป็นนักการเมืองท้องถิ่น และจะรู้จักดีในชื่อบ่อน สก.อ้วน จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ปลอมตัวแฝงเป็นนักพนันเข้าไปเล่นเพื่อเก็บหลักฐาน กระทั่งทราบว่ามีการเปิดบ่อนเล่นพนันจริง มีทั้งเล่นไพ่ป๊อกเด้ง รัมมี่ เก้าเก บาคาร่า และไฮโลว์ทั่วทุกห้องทุกพื้นที่ในบ้าน แต่การเข้าจับกุมครั้งนี้พบว่ามีการเล่นไพ่ป๊อกเด้งที่ชั้นล่างของบ้านเพียงที่เดียว ส่วนที่อื่นๆ ที่จัดเตรียมไว้ยังไม่ได้เล่น โดยยังสืบทราบด้วยว่าบ่อนดังกล่าวเปิดมาเป็นเวลานาน และท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่กลัวการจับกุม เนื่องจากเส้นใหญ่ และการจับกุมดังกล่าวทางทหารได้ประสารข้อมูลกับทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลโดยตลอด ชุดจับกุมมีการวางแผนเป็นอย่างดี รัดกุมจนสามารถจับกุมนักพนันได้ทั้งหมด โดยเชื่อว่าถ้าเป็นช่วงค่ำคืนน่าจะมีนักพนันเข้ามาเล่นที่บ่อนแห่งนี้มากกว่าจำนวนที่จับได้หลายเท่าตัว
ในเวลาต่อมา พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล ผบช.น. และพล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น.ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกำชับให้ขยายผลถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่เป็นเจ้าของบ่อนอย่างแท้จริง ฉายา สก.อ้วน โดยจะได้นำตัวผู้ต้องหาที่ลักลอบเล่นการพนันครั้งนี้ทั้งหมดส่งดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สน.บางนา และดำเนินการทางวินัย ตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา ระดับผู้บังคับบัญชา เนื่องจากมีการปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่ โดยจะเป็นคำสั่งในวันนี้(13 ก.พ.) ในขณะที่การติดตามของเจ้าของบ่อนตัวจริง เจ้าหน้าที่ทหารจะได้ทำการขยายผลเพื่อติดตามตัวเจ้าของบ่อนตัวจริง ตามกฏอัยการศึก 
พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพื้นที่รอบๆ ของบ้านที่เปิดบ่อนรวมทั้งภายในตัวบ้าน ได้มีการเตรียมทางหนีทีไล่ไว้เป็นอย่างดี แต่จากการดูสภาพที่ค่อนข้างใหม่ของตัวบ้าน และอุปรณ์ของบ้านต่างๆ ยังมีสภาพใหม่ เชื่อว่าจะยังเปิดได้ไม่นาน 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้พบสัญญาเช่าบ้านและอาคารพาณิชย์ในที่เกิดเหตุจำนวน 2 ฉบับ โดยในสัญญาเช่าระบุว่า ผู้ให้เช่าคือนางชดช้อย ม่วงโสภา อยู่บ้านเลขที่ 700/7 หมู่ 1 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ สำหรับผู้เช่าบ้านเดี่ยว 2 ชั้นคือ นายสารยุทธ์ สุขอ้น ส่วนชื่อผู้เช่าอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นคือ นายเจษฎา คมเนตร โดยหนังสือสัญญาเช่าทั้ง 2 ฉบับระบุสัญญาเช่าเป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 ก.พ. 58 - 1 ก.พ.59 จ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน เดือนละ 8,000 บาท โดยนายเจษฎา ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่า เป็นผู้ใช้ค้อนปอนด์ทุบกำแพงเพื่อให้นักพนันหนี แต่ยังทุบไม่เสร็จก็ถูกจับกุมได้เสียก่อน แต่ไม่ได้ร่วมเล่นพนัน เพียงแค่รับค่าจ้างวันละ 400 บาทมาคอยดูต้นทางและทางหนีให้กับนักพนันที่เข้ามาเล่นที่บ่อนแห่งนี้

ข่าวล่าสุด