พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ถึงปัญหาราคาสินค้าอุปโภค บริโภค และพลังงาน เรื่องราคาอาหาร พลังงาน สินค้าการเกษตร ว่า สินค้าหลายประเภทก็อาจจะมีทั้งขึ้นและลง วันนี้ลงมาก เพราะไม่เคยมีใครคิดจะแก้ไขอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะผลิตผลทางการเกษตร เพราะฉะนั้น ต้องพิจารณาถึง ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง แล้วก็ภาพรวมด้วย ต้นทางคือ ผู้ผลิต ประกอบด้วย ต้นทุน การขนส่ง ค่าจ้างแรงงาน ค่าเช่า อะไรก็แล้วแต่ เป็นต้นทุน กลางทางก็คือ นายทุน เจ้าของกิจการ เจ้าของผลิตผล ผลิตภัณฑ์ ร้านค้า ปลายทางคือประชาชน ทั้ง 3 ส่วนนั้น ก็คงต้องดูแลอย่างเป็นธรรม สมดุล รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ น้ำมันลง ไม่ใช่ว่าแก๊สจะต้องลงไปด้วย คงไม่ใช่แบบนั้น เพราะคนละส่วน คนละประเภทกัน คนละต้นทุน คนละวิธีการ เพราะฉะนั้น ถ้าน้ำมันบางประเภทลง บางประเภทขึ้น อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายในการสนับสนุนพลังงานของประเทศด้วย ของรัฐด้วย ในวันนี้รัฐต้องการสนับสนุนให้ใช้น้ำมัน แก๊สโซฮอลด้วย บางอย่างก็ต้องลดกันเพื่อจะลดการนำเข้าแก๊สในประเทศ หรือว่าต้นทุนน้ำมันดิบ
วันนี้ต้นทุนในประเทศเรามีจำกัด แหล่งพลังงานเราก็ลดลงก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง แล้วถ้าสมมติว่าในส่วนนี้ เช่น แก๊ส วันนี้แก๊สในประเทศที่ขุดได้เอง ก็ราคาต่ำ แต่เมื่อไม่พอนำต่างประเทศเข้ามาราคาสูงกว่าในประเทศมากแล้วก็ถ้าเราใช้มาก ๆ ก็รวมมูลค่าในการนำเข้าก็สูง อันนี้เป็นที่ยากที่จะเข้าใจ แต่เราก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะอธิบาย จะเห็นได้ว่าเรื่องพลังงานนี้ให้มีคนไปชี้แจงทุกวัน อันนี้ก็ขอให้ทุกคนช่วยติดตามด้วย อะไรที่ไม่เข้าใจก็ถามมา ท่านมีเหตุผลเพียงพอก็ตอบได้ ถ้าไม่ใช่ก็ตอบไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ก็เข้าใจกันบ้าง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้น บางอย่างนั้นถ้าเราใช้มาก ๆ ไป ไม่ประหยัด ถูกมากก็ใช้มาก ความสิ้นเปลืองต่าง ๆ ก็เสียหาย ประเทศชาติก็ไม่มีรายได้มาพัฒนาประเทศ เช่น การใช้แก๊สวันนี้มาใช้ในการผลิตพลังงานเป็นจำนวนมากทำให้ต้นทุนสูง เราจะไปปรับเปลี่ยนใช้ถ่านหินก็ใช้ไม่ได้อีก ก็ยังมีปัญหาอยู่ มีการต่อต้านเหล่านี้ จะใช้น้ำ น้ำก็น้อยลง ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ทุกอย่างก็พัวพันกันไปแบบนี้ เราต้องแก้ปัญหาที่ความเข้าใจก่อน ถ้าเข้าใจได้แล้วก็ช่วยกันว่าจะหาทางทำกันได้อย่างไร ถ้าปฏิเสธทั้งหมดก็เดินหน้าไม่ได้ แล้วรัฐบาลก็ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนคนไทย เราต้องดูแลคนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย
"ถ้าหากว่าราคาน้ำมันลง คนก็หันไปใช้แก๊สน้อยลง คนที่ลงทุนเรื่องปั้มแก๊สซึ่งวันนี้เขาว่าวันนี้มีน้อยก็ไม่ลงทุนอีก เพราะลงทุนไปแล้วไม่คุ้มค่า ก็ปรับลดจากใช้แก๊สมาใช้น้ำมันอีก วันข้างหน้าถ้าน้ำมันขึ้นก็ปรับไปใช้แก๊สอีก ก็วนเวียนไปมาแบบนี้ เพราะฉะนั้น ทุกคนก็ต้องรู้จักการปรับตัวว่าจะทำอย่างไร รัฐบาลก็เข้าไปดูว่า จะเฉลี่ยราคากันอย่างไร ถ้ารัฐจะต้องไปดูแลทุกอย่างให้ทุกคนพอใจเป็นไปไม่ได้ เพราะคนละประเภทกันหมด โดยเฉพาะเรื่องการขนส่งเหมือนกัน วันนี้ก็หลาย ๆ ภาคธุรกิจของไทยนั้นก็เปลี่ยนจากน้ำมันไปเป็นแก๊ส ?วันนี้พอน้ำมันถูกก็จะกลับมาเป็นน้ำมันอีก ก็ทำให้เกิดปัญหา แล้วเราก็ต้องไปเพิ่มการนำน้ำมันเข้ามาอีก น้ำมันดิบ เพราะฉะนั้นก็ต้องดูความพอเพียงด้วยแล้วกัน งบประมาณของรัฐนั้นก็มาจากภาษีประชาชนทั้งสิ้น อย่างที่เรียนแล้วว่าต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ทุกคนต้องเข้าใจในภาพรวมด้วย หลายส่วนนั้นเกี่ยวข้องกันทั้งหมด ทั้งรัฐ ทั้งเอกชน ประชาชน เป็นห่วงโซ่ทางด้านพลังงาน ?สำหรับราคาของก๊าซธรรมชาติในไทยนั้น วันนี้ก็ปรับขึ้น ลอยตัวขึ้นมากพอสมควร แต่ก็พยายามจะคงราคาไว้ให้มากที่สุด ให้มีส่วนต่างอยู่บ้าง ในส่วนของในแต่ละประเภทที่รัฐต้องเข้าไปดูแล คนมีรายได้น้อย เพื่อจะไม่ให้เกิดผลกระทบในเรื่องอื่น ๆ อีกด้วย " นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในอนาคตไม่กี่ปีข้างหน้า ถ้าหากว่าประเทศไทย มีพลังงานที่ใช้แหล่งพลังงานไม่เพียงพอ ต้องจัดหาจากต่างประเทศ หรือจัดซื้อทั้งหมด ก็คือปัญหาของเรา ถ้าปิดซ่อมหรือว่าถ้าเขาไม่ส่งหรือถ้ามีปัญหาอื่น ๆ ก็แล้วแต่ความขัดแย้ง เราจะไม่มีพลังงานใช้ในประเทศ ถ้าเราไม่เตรียมการในประเทศไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ แม้ว่าจะใช้เวลามากถึง 5 - 6 ปีในการลงทุนขุดเจาะต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ไปว่ากันมา ว่าจะขุดได้อย่างไร แล้วก็จะมีประโยชน์กับประชาชนอย่างไร อันนี้อยากให้พิจารณาในประเด็นนี้ด้วย อาจจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ?เพราะว่าภาพรวมนั้น เมื่อจะทำอะไรก็ตาม จะลงทุนอุตสาหกรรม ลงทุนแปรรูปอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ก็ต้องใช้พลังงานทั้งสิ้น ถ้าเราใช้พลังงานในประเทศไม่พอก็ต้องซื้อข้างนอก เมื่อซื้อข้างนอก ซื้อไม่ได้ ก็ไปไม่ได้ทั้งหมด ทั้งไฟฟ้า ประปา พลังงาน โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งหมดก็ติดขัดไปหมด การขนส่ง ทุกอย่างจะเดือดร้อน เพราะฉะนั้นก็ขอให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาโครงสร้างในด้านพลังงานของเราด้วย
ในส่วนของผลกระทบต่าง ๆ เหล่านั้น รัฐบาลก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะดูแลแล้วก็หาทางแก้ไขเป็นอย่างอื่น เพราะเราไม่สามารถจะ Support งบประมาณหรือ Subsidize ได้ทุกเรื่องแล้วถ้าเกิดว่ามีการประท้วงกัน เรียกร้องราคากันมากมาย จนเราให้ไม่ได้ แล้วมีการหยุดเดินรถขนส่งสาธารณะ การบริการต่าง ๆ หรือการประกอบการต่าง ๆ ที่ต้องใช้พลังงานน้ำมันแก๊ส จะทำให้ความเดือดร้อนตกหนักที่ประชาชน ซึ่งรัฐบาลต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว?เพราะฉะนั้น ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะแลประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ที่หาเช้ากินค่ำที่ต้องอาศัยการขนส่งสาธารณะในการเดินทางเป็นสำคัญ เพราะฉะนั้น เข้าใจว่าหลาย ๆ ท่านคงต้องเสียสละบ้างเพิ่มขึ้น อยากให้เต็มใจแล้วก็เห็นใจซึ่งกันและกัน ถ้าไม่แก้ไขวันนี้ วันหน้าวิกฤตการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นแน่นอน
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับในส่วนของสินค้าต่าง ๆ ที่มีราคาแพงขึ้นนั้น ก็มีคนเดือดร้อน ร้องเรียนมามากมาย ตนก็ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลอย่างเต็มที่ ไปหาข้อเท็จจริง ทั้งในเรื่องการดูแลราคาต้นทุนสินค้า การขยายความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการขยายโครงการสินค้าราคาประหยัดไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาค สินค้าใดที่มีราคาสูง ต้องดูว่าส่วนประกอบที่เขานำมาใช้ทำให้เรารับประทานขายนั้น มีคุณภาพต่างกันหรือไม่ เช่น เนื้อ เนื้อคุณภาพดีกว่ากันหรือไม่ เครื่องปรุง เครื่องแกงอะไรต่าง ๆ ราคาอาจจะไม่เท่ากันตรงนี้ด้วย แล้วสถานที่ตั้งของผู้ประกอบการร้านค้า อยู่ในที่ที่เหมือนกันหรือเปล่า อยู่ริมถนน อยู่ห้องแถว หรือว่าอยู่ในห้าง อยู่ในห้องแอร์ ราคาก็แตกต่างกันหมด เพราะฉะนั้นผมอยากให้ประชาชนต้องเลือกบริโภค มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้มาก มีการใช้เงินอย่างมีเหตุมีผลพอประมาณ จะให้รัฐบาลไปสั่งทั้งหมดนั้นคงไม่ได้ เพราะวันนี้หลายอย่างถึงแม้ว่าตนหรือรัฐบาลมีอำนาจมาก ๆ สั่งไปก็ยังไม่ได้เลย ทุกคนก็ต่อต้านกันหมด แล้วจะให้ตนไปสั่งบางเรื่องเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนจนอีกส่วนหนึ่ง คนประกอบการเขาก็เสียหาย สรุปว่าก็โดนทั้งคู่ เพราะฉะนั้นก็ต้องช่วยตนด้วย ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้หรือไม่ ดูฐานะตนเอง พวกเราแม้ว่าจะมีเวลาในการบริหารประเทศไม่นาน แต่รัฐบาลก็มีความพยายาม
" ผมกล่าวย้ำอีกครั้งว่าเรามีความพยายามอย่างสูง ในการจะดูแลพี่น้องประชาชน แล้วก็สร้างอนาคตให้ยั่งยืนในทุกมิติอย่างเต็มที่ หลายเรื่องเป็นปัญหาที่สะสมยาวนาน ถ้าไม่ร่วมกันวันนี้ ไม่ช่วยกันแก้ไขปัญหากันวันนี้ แล้วไม่มีการเสียสละ ยังคงคิดเหมือนเดิม ไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นปัญหาใหญ่ก็ไม่สามารถแก้ไขได้อีกต่อไปในอนาคต " นายกฯ กล่าว