ศูนย์คุณธรรม เปิดแคมเปญ "แค่กินข้าว" รับวันวาเลนไทน์
11 ก.พ. 2558 | nation_ent

ข่าว
11 ก.พ. 2558 | nation_ent

กรุงเทพฯ 11กุมภาพันธ์ 2558 - ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เปิดแคมเปญ วาเลนไทน์นี้ แค่กินข้าวกิจกรรมการสร้างค่านิยมให้กับ วัยรุ่นชายหรือหญิง แสดงความรักและเคารพซึ่งกันและกัน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อสาธารณะโดยรณรงค์ให้วัยรุ่นติดสัญลักษณ์ แฮชแทค#แค่กินข้าว ในสื่อออนไลน์ในวันวาเลนไทน์เพื่อสะท้อนแนวคิดวัยรุ่นยุคใหม่มีคุณธรรมจริยธรรมในด้านความรัก โดยแคมเปญดังกล่าวสะท้อนจากพฤติกรรมที่แท้จริงของวัยรุ่นในวันวาเลนไทน์ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า วัยรุ่นไทยมีการวางแผนจะมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์กว่า83% โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มนักศึกษาถึง 54.9% และกลุ่มนักเรียนถึง 27.8% ซึ่งศูนย์คุณธรรม ตั้งเป้าหมาย รณรงค์ให้วัยรุ่นไทยเพียงแสดงความรักต่อกันผ่านการรับทานอาหาร และให้กิจกรรมสุดท้ายที่พบกับสิ้นสุดลงบนโต๊ะอาหาร เพื่อลดปัญหาสังคมทั้งนี้ยังเตือนคนรุ่นใหม่ควรระมัดระวังในการใช้สื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะในการนัดเจอกับคนแปลกหน้า ที่มีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์
พร้อมแนะวิธีใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างไรไม่ให้โดนหลอกลวงอาทิ ไม่ใส่ข้อมูลสำหรับการติดต่อส่วนบุคคลในโปรไฟล์ อย่าเปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์หรือข้อมูลสำหรับการติดต่อส่วนบุคคลจนรู้จักคนที่คุยด้วยมากเพียงพอ หากเมื่อคุณตัดสินใจที่จะพบกันซึ่งหน้า เลือกสถานที่สาธารณะและบอกให้เพื่อน หรือ ผู้ปกครอง อย่างน้อย 1 คน รู้ว่าคุณกำลังจะไปที่ใด ฯลฯอย่างไรก็ตามพ่อแม่ผู้ปกครอง ควรเท่าทันเทคโนโลยีเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชนไทยทั้งนี้ ศูนย์คุณธรรม ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริมส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในสังคมไทยจึงพร้อมเป็นสื่อกลางในการปลูกฝังค่านิยมอันดีงามแก่วัยรุ่นไทย ให้เข้าใจถึงอีกมุมมองหนึ่งในการฉลองเทศกาลแห่งความรัก ที่เป็นผลดีต่อตนเอง สังคม และคนรอบข้าง เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับเยาวชนและวัยรุ่นไทย ซึ่งจะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต
นายสิน สื่อสวน ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน )กล่าวว่า วันวาเลนไทน์ เป็นวันที่คู่รักทั่วโลกแสดงความรักกัน โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยรุ่น ทั้งนี้จากข้อมูลของ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ เผยถึงพฤติกรรมของวัยรุ่นไทยในวันวาเลนไทน์อาทิ มีการแสดงความรักด้วยการมอบดอกไม้ บอกรัก ทานอาหาร ดูหนัง ชวนไปเที่ยวผับ บาร์ กอดจูบ เล้าโลม และบางคู่ลงท้ายด้วยการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้พบว่าวัยรุ่นไทยมีการวางแผนจะมีเพศสัมพันธ์ในวันวาเลนไทน์กว่า83% โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มนักศึกษาถึง 54.9% และกลุ่มนักเรียนถึง 27.8% และในบางงานวิจัยพบว่าวัยรุ่นหญิงอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มในการยอมรับการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรหรือก่อนแต่งงานเพิ่มขึ้นราวๆ 25% ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีจึงก่อให้เกิดปัญหาทางด้านคุณธรรมในรูปแบบต่างๆ ตามมา อาทิ การตั้งครรภ์ในวัยที่ยังไม่พร้อม ซึ่งเป็นต้นเหตุของการทำแท้ง การติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งปัญหาดังกล่าวในประเทศไทยมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น โดยสาเหตุหนึ่งเกิดจากการเข้าถึงสื่อออนไลน์ได้อย่างง่ายดายและเสรีโดยที่คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยคนละ 50.4ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือประมาณ 7.2 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนถึง6.6 ชั่วโมงต่อวัน
นายสิน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันในประเทศไทยมีสื่อออนไลน์ในรูปแบบการหาคู่ หาเพื่อน ให้ใช้บริการอย่างแพร่หลายในหลายรูปแบบ อาทิ เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น โปรแกรมแชทโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ฯลฯ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนทุกเพศ ทุกวัย โดยบางโปรแกรมมีเนื้อหาสื่อไปถึงการชักชวนให้มีเพศสัมพันธ์ อย่างโจ่งแจ้ง โดยวัยรุ่นไทยจำนวนมากกว่า 80% มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และกว่าร้อยละ 99% มีโปรแกรมแชทเพื่อใช้สื่อสารกับเพื่อน คนรู้จัก คนรัก รวมไปถึงเพื่อนออนไลน์ และอีกจำนวนไม่น้อย มีโปรแกรมหาคู่ไว้คอยสื่อสารกับเพื่อนออนไลน์ใหม่ๆ อย่างไรก็ตามจากข่าวสารรายวันในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จะพบกรณีการโดนหลอกหลวง กระทำชำเรา คดีข่มขืน ฯลฯ ที่มีต้นเหตุจากการนัดเจอเพื่อนออนไลน์
โดยคาดว่าในอนาคตปัญหาที่เกิดจากการใช้บริการสื่ออนไลน์หาคู่จะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการพัฒนาของเทคโนโลยีโดยปัจจุบันมี สื่อออนไลน์แอพพลิชั่นจำนวนมาก ที่สื่อไปเพื่อชักชวนให้มีความสัมพันธ์ทางเพศ ซึ่งมักเป็นแอพพลิเคชั่นจากต่างประเทศ อาทิ Tinder, Hornet Facebook Page: สมาคมนัดเxดแจกเบอร์หญิงชาย และเว็บบอร์ดโพสต์จัง-หาเพื่อน เป็นต้นอย่างไรก็ตามภาครัฐ ที่ดูแลด้านความปลอดภัย และเทคโนโลยีสารสนเทศ ต้องปรับตัวให้เท่าทันความเปลี่ยนของเทคโนโลยีเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชนไทย ทั้งนี้ สำหรับประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศที่ปิดกั้นและกลั่นกรองข้อมูลมากจึงมักไม่พบปัญหาการท้องในวัยเรียน หรืออาชญากรรมเท่าไหร่นักหากเทียบจากสัดส่วนจำนวนประชากร
โดยในปี 2558 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดแคมเปญรณรงค์ วาเลนไทน์นี้ แค่กินข้าว โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างค่านิยมให้กับ วัยรุ่นชายหรือหญิง แสดงความรักและเคารพซึ่งกันและกัน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยรณรงค์ให้วัยรุ่นติดสัญลักษณ์ แฮชแทค#แค่กินข้าว ในสื่อออนไลน์ในวันวาเลนไทน์เพื่อสะท้อนแนวคิดวัยรุ่นยุคใหม่มีคุณธรรมจริยธรรมในด้านความรัก รวมถึงรณรงค์ผ่านสื่อสาธารณะให้เป็นช่องทางสื่อสารแก่กลุ่มวัยรุ่น โดยแคมเปญดังกล่าวสะท้อนจากพฤติกรรมที่แท้จริงของวัยรุ่น 6 ขั้นอันได้แก่ ขั้นแรก จะมีการการชวนไปเที่ยวในช่วงวันวาเลนไทน์ ขั้นที่ 2 ชวนทานอาหาร มอบของขวัญหรือดอกไม้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการทานอาหารเย็น ขั้นที่ 3 ชวนไปเที่ยวต่อในสถานบันเทิง หรือสถานที่ที่ขายแอลกอฮอล์ขั้นที่ 4 ชวนไปที่ลับตาคน เช่น โรงแรม บ้าน ห้องพักรถยนต์ ฯลฯ ขั้นที่5 กอดจูบ และขั้นสุดท้าย มีเพศสัมพันธ์ ซึ่งศูนย์คุณธรรม ตั้งเป้าหมาย รณรงค์ให้วัยรุ่นไทยเพียงแสดงความรักต่อกันผ่านการรับทานอาหาร และให้กิจกรรมสุดท้ายที่พบกับสิ้นสุดลงบนโต๊ะอาหาร
ข้อแนะนำสำหรับวัยรุ่น ที่ใช้สื่อออนไลน์ในการสร้างความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า เพื่อป้องกันปัญหาการถูกหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์1.ไม่ใส่ข้อมูลสำหรับการติดต่อส่วนบุคคลในโปรไฟล์อาทิหมายเลขโทรศัพท์อีเมล์บ้านเลขที่หรือนามสกุลในสื่อหาคู่ออนไลน์2.สื่อสารโดยใช้อีเมล์หรือโปรแกรมการสนทนาก่อนที่จะโทรศัพท์ไปหาบุคคลอื่นอย่าเปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์หรือข้อมูลสำหรับการติดต่อส่วนบุคคลจนรู้จักคนที่คุยด้วยมากเพียงพอ3.ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่คุณกำลังติดต่อสื่อสารให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อาทิประวัติการทำงานการเรียนรูปภาพครอบครัวนิสัยใจคอก่อนที่คุณจะได้พบเจอตัวจริง 4.เมื่อคุณตัดสินใจที่จะพบกันซึ่งหน้าเลือกสถานที่สาธารณะและบอกให้เพื่อนหรือผู้ปกครองอย่างน้อย 1 คนรู้ว่าคุณกำลังจะไปที่ใด
อย่างไรก็ตาม นอกจากกิจกรรมดังกล่าว วัยรุ่นไทยยังสามารถทำกิจกรรม มอบความรักในหลายรูปแบบให้กับครอบครัว สังคม ตนเอง และประเทศชาติ อาทิ มอบของขวัญแทนใจให้ผู้มีพระคุณ สะท้อนความรักในมิติของการรักครอบครัว บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมสะท้อนมิติของการรักสังคม นั่งสมาธิ สร้างสติ ใจเป็นสุข การมอบความรักแก่ตนเอง ทั้งนี้ ศูนย์คุณธรรม รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ จะต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจังในการร่วมกันปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีในการมีความรักโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม หรือเรียกได้ว่าเป็นความรักที่เกิดจากความปรารถนาดีต่อกัน ซึ่งหากวัยรุ่นตระหนักถึงหลักคุณธรรมนี้ ก็จะช่วยผลักดันให้ค่านิยมในการมีเพศสัมพันธ์โดยขาดความยั้งคิดลดลง และช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ในสังคมไทยได้ในระยะยาว