ทั้งนี้เมื่อวานที่ผ่านมา ตำรวจได้เชิญตัวพนักงานพ่นยากำจัดยุงของบริษัทจำนวน 4 คน มาให้ปากคำ หลังมีภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดก่อนเพลิงลุกไหม้อาคารไม่นาน พบพนักงานชุดนี้เข้าไปในพื้นที่
ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง เจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตจตุจักร ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องพ่นกำจัดยุง ให้ข้อมูลว่า เครื่องพ่นยากำจัดยุงจะอยู่ในความควบคุมของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทุกยี่ห้อจะมีหลักการทำงานเหมือนกันคือมีน้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง มีส่วนผสมของน้ำมันดีเซลในสารเคมีกำจัดยุง
เพื่อจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ มวลอากาศร้อนจะทำให้ส่วนผสมของน้ำยาเคมีที่บริเวณหัวหยดน้ำยาแตกตัวเป็นไอ เมื่อไอสารเคมีออกจากปลายท่อมากระทบอากาศเย็นภายนอก จะกลายเป็นละอองหมอกควัน โดยสารเคมีนั้นแต่ละบริษัทจะเลือกใช้แตกต่างกัน แต่ทุกชนิดเป็นสารไวไฟ หากบริเวณนั้นมีประกายไฟก็มีโอกาสเกิดเพลิงไหม้ได้
นอกจากนี้ หลังปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัย ต้องถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือดึงเครื่องตัดไฟลง ปิดระบบสปริงเกอร์ และระบบสัญญาณเตือนภัยภัยทั้งหมด ซึ่งในการดำเนินการจำเป็นต้องมีผู้ดูแลอาคารคอยสังเกตุการทำงานของพนักงานฉีดยุงตลอดเวลา ส่วนในกรณีเครื่องฉีดพ่นกำจัดยุงดับขณะกำลังใช้งาน พนักงานที่ปฎิบัติต้องรีบปิดวาล์วน้ำยาเคมีและนำเครื่องออกที่โล่งเพราะไฟจะลุกที่ปลายท่อ
อย่างไรก็ตาม สำหรับในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว ผู้ใช้จะปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง หรือ มีทักษะในการใช้เครื่องพ่นสารเคมี และเทคนิคในการพ่นสารเคมีด้วยหรือไม่ ตำรวจจะตรวจสอบประเด็นนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง