เนชั่นทีวี

ข่าว

สธ.เร่งรณรงค์ฉีดวัคซีคโรคคอตีบ เพื่อเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันให้ผู้มีอายุระหว่าง 20-50 ปี

09 ก.พ. 2558 |

สธ.เร่งรณรงค์ฉีดวัคซีคโรคคอตีบ เพื่อเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันให้ผู้มีอายุระหว่าง 20-50 ปี

กระทรวงสาธารณสุข เร่งรณรงค์ฉีดวัคซีคโรคคอตีบ เพื่อเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันให้ผู้มีอายุระหว่าง 20 -50 ปี

ดร.นพ.อนุพงค์ สุจริยากุล ผอ.สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 ราชบุรี เผยว่าเมื่อปี พ.ศ.2555 มีการระบาดของโรคคอตีบในภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง และมีแนวโน้มขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งพบในผู้ใหญ่และเด็กที่ได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วน โดยผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่ พบว่าส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20-50 ปี ซึ่งผลการสำรวจประชาชนกลุ่มนี้ พบว่ามีระดับภูมิต้านทานโรคคอตีบไม่เพียงพอ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เกิดก่อนแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคคอตีบในระดับชาติ จึงยังไม่เคยได้รับวัคซีนชนิดนี้ มีความเสี่ยงติดเชื้อและป่วยเป็นโรคคอตีบได้ กรมควบคุมโรคได้เร่งรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบและโรคบาดทะยักในเข็มเดียวกัน

สธ.เร่งรณรงค์ฉีดวัคซีคโรคคอตีบ เพื่อเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันให้ผู้มีอายุระหว่าง 20-50 ปี

โดยเริ่มฉีดครั้งแรกใน 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 และฉีดที่เหลืออีก 57 จังหวัดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 จนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2558 ประชาชนทั้งผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงหรือป่วยที่มีโรคประจำตัวทุก โรค สามารถเข้ารับการฉีดฟรีที่โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ ขณะนี้ทั่วประเทศมี ไปแล้ว 4 ล้าน 8 แสนกว่าคน และไม่พบการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากวัคซีน โดยกระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าให้ครอบคลุมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 85
โรคคอตีบเป็นโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ โดยเชื้อคอตีบจะอาศัยอยู่ในโพรงจมูก ในลำคอ และทำให้เกิดการอักเสบ มีแผ่นเยื่อเกิดขึ้นในลำคอ ในรายที่รุนแรงจะมีการตีบตันของทางเดินหายใจ และอาจทำให้ถึงตายได้ โรคนี้สามารถติดต่อกันได้ง่ายและระบาดได้รวดเร็วโดยการได้รับเชื้อโดยตรงจากการไอ จามรดกัน หรือพูดคุยกันในระยะใกล้ชิด หรือการใช้ภาชนะร่วมกัน ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการซึ่งจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญในชุมชน ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคคอตีบ คือ ผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ หรือผู้ใหญ่ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนกระตุ้น การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แออัด และขาดสุขอนามัย รวมทั้งในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ

สำหรับการให้วัคซีน นับว่าเป็นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด โดยในเด็กการให้วัคซีนป้องกันคอตีบจะให้ 5 ครั้ง เมื่ออายุ 2, 4, 6 และ 18 เดือน และกระตุ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่ออายุ 4 ปี แต่ในกลุ่มอายุ 20-50 ปี การฉีดวัคซีนนี้ กระตุ้น 1 เข็ม จะสามารถเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันต่อโรคคอตีบในระดับที่ป้องกันโรคได้ วัคซีนนี้มีความปลอดภัยสูง สามารถให้ได้ในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ที่ได้รับยาต้านมะเร็งหรือยากดภูมิ ผู้ที่เปลี่ยนหรือปลูกถ่ายอวัยวะ น้อยรายที่จะมีอาการแพ้ ผู้ที่มีอาการไข้สูง หรือผู้มีประวัติแขนขาอ่อนแรง ควรเลื่อนการให้วัคซีนไปก่อน หลังฉีดวัคซีนจะให้ผู้รับบริการนั่งพักเพื่อสังเกตอาการอาการอย่างน้อย 30 นาที ก่อนจะให้กลับบ้าน โดยในบางคนอาจมีอาการไข้ หลังรับวัคซีน 1 ถึง 2 ชั่วโมง แต่จะเป็นอยู่ไม่เกิน 2 วัน ให้รับประทานยาลดไข้ได้

สธ.เร่งรณรงค์ฉีดวัคซีคโรคคอตีบ เพื่อเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันให้ผู้มีอายุระหว่าง 20-50 ปี


ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะส่งผลให้มีประชากรจากประเทศใกล้เคียงเคลื่อนย้ายเข้าออกประเทศไทยมากขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะนำเชื้อโรคคอตีบมาแพร่ระบาดได้ กระทรวงสาธารณสุขมีความห่วงใยในสุขภาพของประชาชน จึงดำเนินโครงการ "รณรงค์ให้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ และหัด เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558" กระทรวงสาธารณสุขจึงขอเชิญชวนประชาชน อายุ 20 50 ปี รับวัคซีนได้ฟรี ณ สถานบริการสาธารณสุขของรัฐทุกแห่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม 30 เมษายน 2558

ข่าวล่าสุด