ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา ที่มี พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ภาคเอกชนที่มาร่วมประชุมได้นำเสนอตัวเลขความต้องการแรงงาน
ซึ่งพบว่าภาคอุตสาหกรรมและบริการต้องการแรงงานเพิ่มอีกหลายแสนคน แต่กำลังการผลิตกำลังคนสายอาชีพทั้งของรัฐและเอกชนยังห่างไกลจากความต้องการดังกล่าว โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ระบุว่า ภายในปี 2560 กลุ่มอุตสาหกรรม14 สาขา ต้องการแรงงานเพิ่มอีก 6.8 แสนคน
แต่วิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้งรัฐและเอกชนผลิตกำลังคนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ในสาขาได้กล่าวได้แค่ปีละ 3.5 หมื่นคน
ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวอีกว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) จะศึกษาความต้องการกำลังคนของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมให้ละเอียด และคงต้องมีการวางแผนร่วมกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและ สอศ. เพื่อหาทางผลิตกำลังคนให้ตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถเพิ่มการผลิตกำลังคนให้เพียงพอความต้องการได้ทันที และจำเป็นต้องดึงภาคเอกชนมาร่วมมือด้วย ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ไปทำการบ้านในเรื่องนี้ และมานำเสนอในอีก 3 เดือนข้างหน้า
ด้าน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับภาคเอกชนในการร่วมมือผลิตและพัฒนากำลังคน ซึ่งรวมถึงความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรและพัฒนาครูด้วย
โดยได้ทำความเข้าใจกับภาคเอกชนว่า ภาคเอกชนจะได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น จึงขอให้ภาคเอกชนให้ความร่วมมือกับศธ.ในการเพิ่มและพัฒนาการผลิตกำลังคน โดยเฉพาะได้ขอให้ภาคเอกชนช่วยประชาสัมพันธ์ต่อสังคม เด็ก ผู้ปกครอง ให้เปลี่ยนค่านิยมเกี่ยวกับการเรียนต่อสายอาชีพ เพื่อดึงดูดให้เด็กมาเรียนสายอาชีพมากขึ้น ซึ่งหากภาคเอกชนร่วมมือกับภาครัฐในการรณรงค์แล้วเชื่อว่าจะได้ผลมากขึ้น