เนชั่นทีวี

ข่าว

ต้านป้ายแอลอีดียักษ์ บดบังเสน่ห์เชียงใหม่

05 ก.พ. 2558 | wanchat

ต้านป้ายแอลอีดียักษ์ บดบังเสน่ห์เชียงใหม่

เชียงใหม่-ป้ายแอลอีดียักษ์ ผุด กลางเมืองเชียงใหม่ ประชาชน-ชาวเน็ตลุกฮือต่อต้านหนัก-แอดมินเพจรักษ์แม่ปิง เผยส่งผลกระทบลดทอนเสน่ห์เชียงใหม่ รบกวนการสัญจร ขณะที่นายกเล็ก เผย มีไว้เพื่อถ่ายทอดภาพจากกล้องวงจรปิดกว่า 80 ตัวที่ติดทั่วเมืองเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนนักท่องเที่ยว ลดอาชญากรรม เป็นที่ตั้ง ยอมรับจะต้องมีผู้ต่อต้าน อยากจะให้ประชาชนที่รักเมืองเชียงใหม่ทุกคนเปิดใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีกระแสการคัดค้านป้ายแอลอีดีขนาดยักษ์ที่ถูกติดตั้งอยู่ที่บริเวณใกล้วงเวียน สี่แยกสะพานนวรัฐ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยเพจเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Raks Mae Ping ได้มีการเผยแพร่ภาพ ของป้ายแอลอีดีขนาดยักษ์จำนวน 2 ป้ายติดอยู่คู่กันในบริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา พร้อมข้อความว่า
"ณ ขณะนี้จอโฆษณา LED ขนาดยักษ์ 2 จอคู่กันได้ติดตั้งเรียบร้อยที่วงเวียนสี่แยกสะพานนวรัฐ 1. ป้ายโฆษณาทั่วเมืองเชียงใหม่ไม่พอหรือยังไง จึงได้มีจอโฆษณา LED"สุดอัปลักษณ์" กลางเมืองเช่นนี้ นี่ขนาดถ่ายตอนที่ยังไม่เปิดจอ ถ้าสว่างเต็มทั้ง 2 จอมันจะไม่ทิ่มแทงใจประชาชนหรอกหรือ? 2. เสียงก่นด่าและคัดค้านป้ายโฆษณารกเมืองที่ผ่านมาไม่มีความสำคัญแม้แต่น้อยหรืออย่างไร เทศบาลจึงยังดื้อรั้นดันทุรังติดตั้งจอ"อุบาทว์" นี้ตรงหน้าสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของเทศบาลเอง และประจันหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด 3. ข้ามสะพานไปฝั่งตรงกันข้ามแค่ประมาณ 200 เมตรและ 300 เมตรตามลำดับก็ยังมีจอยักษ์แบบเดียวกันอีก 2 ป้าย 4. เทศบาลนครฯ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งใจจะปู้ยี่ปู้ยำเชียงใหม่จริง ๆ หรือ?
หลังจากนั้นก็ได้มีประชาชน และกลุ่มคนรักเชียงใหม่ ออกความเห็นและแชร์ภาพดังกล่าว ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค เฟซบุ๊ค จำนวนมาก ส่วนใหญ่ต่างออกความเห็นไปในทางที่ไม่พอใจที่มีป้ายแอลอีดีขนาดใหญ่ดังกล่าวเพราะบดบังทัศนียภาพ ทำให้เสื่อมต่อเสน่ห์ของเมืองเชียงใหม่ เมืองแห่งวัฒนธรรม รวมทั้งแสงสว่างจากหน้าจอแอลอีดี จะรบกวนต่อการจราจรในเวลากลางคืน
ทั้งนี้ จากการสัมภาษณ์นายศักดิ์ (นามสมมติ )แอดมินเพจ Raks Mae Ping (รักษ์แม่ปิง) เปิดเผยว่า ในบริเวณที่มีการติดตั้งป้ายแอลอีดีดังกล่าว ถือเป็นจุดแยกสำคัญจากสถานีขนส่งอาเขต และสถานีรถไฟเชียงใหม่ เข้าสู่ตัวเมือง นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในเชียงใหม่ ร้อยละ 90 ต้องเคยผ่านเส้นทางนี้ รวมทั้งยังอยู่ใกล้กับจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งป้ายดังกล่าวเป็นการบังคับยัดเยียดให้ประชาชน ต้องรับรู้ข่าวสารเพื่อผลประโยชน์ต่อคนบางคนบางกลุ่ม ซึ่งไม่สอดคล้องต่อวิถีเมืองเชียงใหม่ ที่เป็นเมืองที่มีการอนุรักษ์ ประเพณี และวัฒนธรรม ไม่ใช่เมืองแห่งเทคโนโลยี
สำหรับป้ายแอลอีดี จะส่งแต่ผลเสียต่อเมืองเชียงใหม่ ทั้งในแง่ของการท่องเที่ยว เพราะเชียงใหม่เอกลักษณ์และอัตลักษณ์คือเมืองแห่งวัฒนธรรม ประเพณี บ้านเมืองเก่า วัดวาอาราม ไม่ใช่เมืองแห่งป้ายโฆษณา หรือแสงสี นักท่องเที่ยวอยากมาเห็นความสวยงามที่แท้จริงของเชียงใหม่ แต่ป้ายดังกล่าวจะบดบังและลดทอนเสน่ห์ไปหมดนอกจากนั้นแสงที่จะส่องสว่างออกมาจากป้ายดังกล่าวจะรบกวนประชาชนและผู้ที่สัญจรผ่าน ซึ่งบริเวณแยกดังกล่าวมีการสัญจรแทบตลอดเวลา จะกระทบต่อปัญหาการจราจรด้วย ซึ่งทั้งนี้ การพัฒนาเมืองให้ตามทันโลก ยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถทำได้และยั่งยืนกว่านี้ ผู้มีอำนาจโดยเฉพาะนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะที่พักอยู่ใกล้และน่าจะเห็นทุกวันน่าจะมีการทบทวนให้ดี
"จากเสียงสะท้อนของคนรักเชียงใหม่ทั้งหลายที่มาออกความเห็นในทางไม่เห็นด้วยต่อป้ายดังกล่าวน่าจะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ประชาชนไม่ต้องการ ผู้มีอำนาจต้องมีจิตสำนึกและสนใจเสียงของประชาชน ที่มีการสาปแช่งกันสนั่น ล้วนมาจากความรักที่มีต่อเชียงใหม่ทั้งนั้น ทั้งนี้ป้ายดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งกรณีตัวอย่างหลังจาก เรื่องของโดมดอยสุเทพ และบรรดาร้านกาแฟแช่เท้า ที่จะต้องเห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ และสะท้อนว่าชาวเชียงใหม่ มีความตื่นตัวต่อสิ่งไม่ถูกต้อง และต้องการผู้นำที่ส่งเสริมให้เชียงใหม่พัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง และยั่งยืนนายศักดิ์ กล่าว
ขณะที่นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ป้ายแอลอีดีดังกล่าว เป้าหมายเป็นไปเพื่อส่วนรวมทั้งนั้น โดยใจหลักสำคัญ คือจะมีการถ่ายทอดสดภาพจากกล้องวงจรปิดที่ถูกติดไว้ทั่วตัวเมืองเชียงใหม่กว่า 80 จุด โดยเฉพาะที่มีการซ่อนไว้ตามจุดสำคัญต่างๆ ให้ทุกคนรู้ว่ามีกล้องคอยบันทึกภาพไว้ตลอดเวลา เพื่อเป็นการลดเปอร์เซ็นต์ของอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น เมื่อบรรดาอาชญากร หรือผู้ที่กำลังจะกระทำผิดกฎหมาย รู้ว่ามีกล้องคอยบันทึกภาพอยู่ทั่วเมืองก็น่าจะเกรงกลัว และชั่งใจก่อนจะก่อเหตุ ไม่มากก็น้อย
หลังจากที่มีการลงทุนติดตั้งกล้องไว้ทั่วเมืองกว่า 80 จุด ใช้งบประมาณไปกว่า 30 ล้านบาท เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมทั้งสร้างความมั่นใจต่อนักท่องเที่ยวที่มาสู่เมืองเชียงใหม่ ซึ่งการติดตั้งป้ายแอลอีดีก็เป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อถ่ายทอดให้ทุกคนเห็นว่ามีกล้องจริง ใช้งานได้จริงทั่วเมือง ทั้งนี้การจะถ่ายทอดภาพเรื่องของทำเลก็สำคัญจะต้องเป็นจุดที่มีผู้คนผ่านและได้เห็นจำนวนมากมิฉะนั้นการลงทุนทั้งหมดก็เปล่าประโยชน์ ซึ่งบริเวณที่ติดตั้งป้ายดังกล่าวตอบโจทย์แล้ว และยังบดบังเพียงแค่อาคารของเทศบาลนครเชียงใหม่เองเท่านั้น หากไปติดตั้งยังจุดสำคัญอื่นเช่นข่วงประตูท่าแพ หรืออนุสาวรีย์สามกษัตริย์ คงจะยิ่งแย่กว่านี้ และในส่วนกรณีของแสงสว่างจากป้ายที่กลัวกันว่าจะรบกวนการสัญจร สามารถปรับลดได้ตามความเหมาะสม
นอกจากป้ายดังกล่าวจะให้ประโยชน์ในการลดอาชญากรรมแล้ว ยังสามารถใช้ประโยชน์ในการถ่ายทอดสดงานพิธีหรืองานเทศกาลสำคัญที่จะเกิดขึ้นในเมืองเชียงใหม่ เช่นงานลอยกระทง งานสงกรานต์ และงานที่จะได้ถ่ายทอดเป็นงานแรกคืองานเทศกาลไม้ดอกไม้ประดับประจำปี 2558 ที่จะเริ่มจัดขึ้นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 นอกจากนั้นยังสามารถมีส่วนช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามคดีต่างๆที่เกิดขึ้นในตัวเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งบรรดาผู้มักง่ายที่ทำผิดกฎจราจร ไม่ว่าจะเป็นการจอดที่ห้ามจอด หรือขับขี่สวนเลน ซึ่งปกติเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถติดตามได้ทั้งหมด
"จากกระแสสังคมที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ก็ต้องยอมรับว่ารู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีผู้ต่อต้าน และน้อมรับเสียงสะท้อนเหล่านั้น แต่เบื้องต้นอยากจะให้ประชาชนที่รักเมืองเชียงใหม่ทุกคนเปิดใจ และพิจารณาถึงความจำเป็นและประโยชน์จากโครงการดังกล่าว เป็นที่ตั้ง หากไม่เป็นประโยชน์แท้จริงค่อยมาตัดสินกันอีกที ซึ่งการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดทั่วเมือง หากช่วยไม่ให้คนถูกข่มขืน แม้สักหนึ่งคน หรือป้องกันไม้ให้บ้านสักหลังหนึ่งถูกยกเค้า ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนและเสียงก่นด่าแล้ว"นายทัศนัย กล่าว

ข่าวล่าสุด