เนชั่นทีวี

ข่าว

ทางหลวงสงขลาแจงปมโค่น "มะฮอกกานี" เหตุลูกหล่นใส่รถ

04 ก.พ. 2558 | nation_ent

ทางหลวงสงขลาแจงปมโค่น "มะฮอกกานี" เหตุลูกหล่นใส่รถ

สงขลา-สำนักงานบำรุงทางสงขลาที่2 เร่งเคลียร์ใจนอภ.เทพาแจ้งความดำเนินคดีตัดต้นไม้เขตทางหลวงมิชอบโดยกฎหมาย งัดหนังสือศอ.บต.ประสานให้ถนนโล่งเพื่อความปลอดภัยพื้นที่4 อำเภอรอยต่อชายแดนภาคใต้ลดเสี่ยง ปัดเลือกตัดไม้เศรษฐกิจ ยกเหตุตัดต้นมะฮอกกานีเหตุลูกหล่นใส่รถพังยัน ทำตามหน้าที่ยึดหลัก 3 ข้อ "ไม้โพรง-ยืนต้นตาย-กิ่งยื่น"ตัดได้ไม่ผิดแต่ยอมรับขั้นตอนการตัดถูกละเลยเร่งกำชับหน่วยงานรับผิดชอบระวัง 
ความคืบหน้าหลังจากที่นายสมโภช โชติชูช่วง นายอำเภอเทพาจังหวัดสงขลานำหลักฐานเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกรณีมีการตัดโค่นต้นไม้บริเวณเกาะกลางถนนและสองข้างทางหลวงสาย 43 (หาดใหญ่-ปัตตานี) จ.สงขลา หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าเป็นพฤติกรรมเข้าข่ายมิชอบโดยกฎหมาย
ล่าสุดวันนี้ (4 ก.พ.) นายอำนาจ ป้านสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานบำรุงทางสงขลาที่ 2 จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า  ในฐานะที่รับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าวได้ทราบข้อมูลดังกล่าวแล้วพร้อมกันนี้ได้โทรศัพท์ไปชี้แจงรายละเอียดเบื้องต้นให้นายสมโภช โชติชูช่วง นายอำเภอเทพาได้รับทราบแล้วแต่ยอมรับว่ายังมีหลายประเด็นที่ไม่เข้าใจกันซึ่งหลังจากนี้ก็เป็นเรื่องที่ว่าไปตามขั้นตอนต่อไป เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะมุมมองที่มองแตกต่างกันไป  โดยในส่วนของสำนักฯมีนโยบายที่ค่อนข้างชัดเจนเกี่ยวกับการมอบหมายงานภารกิจรับผิดชอบตามความเหมาะสมในพื้นที่เพื่อความปลอดภัยในเขตทางหลสง
โดยเฉพาะนโยบายการให้เจ้าหน้าที่ปฎิบัติเดินเคาะตามแนวต้นไม้ตลอดร่องกลางถนนหรือริมถนนเพื่อปฎบัติตามหลักการ 3 ข้อ คือ 1.ต้นไม้ใดมีโพรง 2.ยืนต้นตาย และ3.กิ่ง ก้านยื่น เอนเอียงไปยังถนนให้สามารถตัดหรือตัดแต่งได้ทันทีเพื่อความปลอดภัย ซึ่งนโยบายนี้ทางหมวดการทางจะเป็นผู้นำไปปฎิบัติอย่างเคร่งครัด ประกอบกับเป็นนโยบายของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องขอให้พิจารณาเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบนเส้นทางเพื่อลดความสูญเสียชีวิตทรัพย์สินบนทางหลวงที่มักเกิดเหตุบนเส้นทาง ทั้งการซุ่มยิง การซุกซ่อนวัตถุระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอสงขลาประกอบด้วย อ.จะนะ ,เทพา ,นาทวีและอ.สะบ้าย้อย ที่ประสานขอให้หน่วยงานการทางตัดหญ้า ตัดวัชพืช ตัดต้นไม้ บริเวณไหล่ทาง เกาะกลางถนน ในเขตทางให้สั้นหรือโล่งเตียนตลอดปี ซึ่งปัจจุบันแขวงการทางจังหวัดสามารถทำได้เฉลี่ยปีละ 2 ครั้งต่อเส้นทางเท่านั้น 
นายอำนวจ กล่าวอีกว่า  การตัดแต่งหรือตัดต้นไม้ในเขตทางหลวงนั้นหมวดการทางแต่ละพื้นที่ซึ่งได้รับมอบนโยบายไปแล้วจะเป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการตามความเหมาะสม  เช่น กรณีที่เกิดขึ้นในพื้นที่อ.เทพา เนื่องจากในเส้นทางดังกล่าวมีต้นมะฮอกกานีปลูกอยู่จำนวนหนึ่งเวลาลมพัดแรงจะมีลูกหล่นใส่รถจนทำให้ได้รับความเสียหาย เช่น กระจกแแตก หรือเกิดอุบัติเหตุซึ่งบ่อยครั้งมีการเรียกร้องความเสียหายจากแขวงการทาง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดออกเพื่อความปลอดภัยไม่ได้เลือกตั้งเฉพาะต้นไม้ที่มีมูลค่าแต่อย่างใด
 แต่เนื่องจากขั้นตอนการตัดต้นไม้ดังกล่าวนั้นอาจไม่เป็นไปตามขั้นตอนจึงกลายเป็นเรื่องที่ถูกชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่าตัดทำไม ใครตัดและใครได้ประโยชน์จากไม้ที่ตัด ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้แต่ยืนยันว่าในการปฎิบัติงานแต่ละครั้งนั้นเป็นไปตามเหตุและผลของหน่วยงานที่ปฎิบัติเป็นผู้ตัดสินใจที่ยึดหลักนโยบายความปลอดภัยในเขตทาง
"ขั้นตอนการตัดต้นไม้แต่ละครั้งอาจไม่ถูกต้องนัก เช่น จ้างให้ชาวบ้านในพื้นที่ตัดต้นไม้โดยมีไม้ที่ตัดเป็นค่าแรงจ้างเพื่อลดรายจ่ายเมื่อเทียบกับต้องดำเนินการตัดเองที่มีขั้นตอนมาก เช่น ค่าจ้างแรงงาน ค่าเครื่องอุปกรณ์  ค่าเสียเวลาและที่สำคัญคนไม่พอทำให้การตัดแต่ละครั้งมีการตัดต้นไม้ข้างเคียงเพิ่มไปด้วยหรือไม่ กลายเป็นจุดอ่อนที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสมซึ่งจากนี้ไปจะได้กำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ระมัดระวังในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น" นายอำนาจ กล่าว
ผู้อำนวยการสำนักงานบำรุงทางสงขลาที่ 2  กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นหากมีการดำเนินคดีก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย โดยเชื่อว่าแต่ละฝ่ายเองก็มีกฎหมายที่สามารถชี้แจงในประเด็นต่างๆได้

ข่าวล่าสุด