หนุ่มโปรดักชั่นเฮ้าส์โผล่ยันไม่ได้ข่มขืน 2 พริตตี้ อ้างฝ่ายหญิงสมยอม
23 ม.ค. 2558 | nation_ent

ข่าว
23 ม.ค. 2558 | nation_ent

จากกรณีที่ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ปรีชา ศรีอุดม พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ว่าถูกชายไม่ทราบชื่อจริงและนามสกุล ซึ่งใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า Inw NanaI หลอกลวงว่าเป็นโปรดิวเซอร์สถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ชักชวนไปถ่ายทำภาพยนตร์ แต่กลับพาเข้าโรงแรม อ้างว่าจะเริ่มถ่ายทำภาพยนตร์ตัวอย่าง ก่อนจะลงมือข่มขืนกระทำชำเรา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา ภายในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งย่านอุดมสุขนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 23 มกราคม ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายวิริยะ เดชผดุง อายุ 37 ปี ผู้ประสานงานโปรดักชั่นส์เฮ้าส์แห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 354 ถนนราษฎรดำริ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ปรีชา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ กรณีที่มีการแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว โดยอ้างว่าป็นชายคนที่ถูกผู้เสียหายทั้งสองกล่าวหา โดยนายวิริยะ ให้การว่า ในวันเกิดเหตุ น.ส.เอ เป็นฝ่ายติดต่อมาหาตน บอกให้ไปพบที่ร้านอาหารย่านอุดมสุข เพื่อนั่งรับประทานอาหารและพูดคุยกันเกี่ยวกับงานที่ตนเคยติดต่อไว้ แต่วันนั้นตนเลิกงานดึกเกือบเที่ยงคืนแล้ว จึงติดต่อกลับไปว่ายังไม่ว่าง แต่ น.ส.เอ บอกว่านั่งรออยู่กับ น.ส.บี ที่ร้านอาหาร จึงบอกว่าถ้าตนเสร็จงานจะติดต่อไป จากนั้นเมื่อเสร็จงานได้ติดต่อไปหา ก่อนจะนัดไปนั่งคุยดื่มเบียร์กัน โดยตนขับรถไปหาที่ย่านอุดมสุข แต่ตนไปแถวนั้นไม่ถูก จึงต้องโทรศัพท์สอบถามเส้นทางหลายครั้งกว่าจะไปถึง
นายวิริยะ กล่าวต่อว่า ระหว่างที่นั่งพูดคุยก็ได้บอกรายละเอียดว่างานที่ให้ทำเป็นแบบไหน ตนจะให้เงินเป็นการดูแลกันเดือนละเท่าไหร่ ทางน.ส.เอ ก็ตกลง ไม่มีปัญหา หลังจากนั้นได้นั่งดื่มเบียร์กันจนประมาณ 04.00 น. ก็มีการชักชวนกันไปที่โรงแรม โดย น.ส.บี ใส่ชุดนักศึกษานั่งอยู่ด้านหน้าคู่กับตน ส่วน น.ส.เอ นั่งอยู่เบาะด้านหลัง เมื่อถึงโรงแรมซึ่งตนไม่แน่ใจว่าชื่อโรงแรมอะไร ก็เข้าไปในห้องด้วยกันทั้ง 3 คน โดย น.ส.เอ และ น.ส.บี เข้าไปรอตนในห้องก่อน เนื่องจากตนต้องรอจ่ายค่าห้องให้พนักงาน
ที่ น.ส.บี ให้การว่าถูกผมกระชากเสื้อแล้วข่มขืนนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ใช้กำลัง น้องเขาเต็มใจตั้งแต่ที่ร้านแล้ว ในระหว่างที่ผมมีอะไรกับ น.ส.บี อยู่นั้น น.ส.เอ ก็อยู่ในห้องด้วย ส่วนที่ถ่ายคลิปนั้น ต้องขออธิบายว่าเป็นเหมือนกับที่เขามีให้ดาวน์โหลดกันในอินเตอร์เน็ต เรื่องคลิปผมขอยืนยันว่าถ่ายไว้นิดเดียว เพราะวันนั้นแบตเตอรี่มือถือหมดพอดี มีแค่ 14 วินาที ยังไม่ได้นำไปเผยแพร่ที่ไหนเลย จริงๆแล้วผมรู้ข่าวตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา ว่าทั้งสองคนไปแจ้งความ แต่ยังไม่มีเวลามาพบตำรวจ ก็เลยตัดสินใจมาพบตำรวจวันนี้ นายวิริยะ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ผู้เสียหายระบุว่ามีการเรียกเข้าไปในห้องทีละคน นายวิระยะ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เราทั้ง 3 คนอยู่ในห้องพร้อมกัน และจะเป็นไปได้อย่างไรหากตนลงมือข่มขืนแล้วทั้งสองคนจะไม่ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ส่วนกรณีที่ น.ส.บี กลับบ้านไปก่อนนั้น เพราะแม่โทรศัพท์มาตาม เมื่อเห็นว่า น.ส.บี จำเป็นต้องกลับก่อน ตนยังเป็นคนโทรศัพท์เรียกแท็กซี่ให้ด้วยซ้ำ ตอนที่แท็กซี่มาตนยังเดินไปส่งขึ้นแท็กซี่เลย
นายวิริยะ กล่าวอีกว่า เมื่อส่ง น.ส.บี ขึ้นรถไปแล้วตนก็กลับมานั่งดื่มเบียร์กับ น.ส.เอ ต่อ โดยไม่ได้มีอะไรกัน ทั้งนี้ยืนยันว่ามีเพศสัมพันธ์แค่เพียงกับ น.ส.บี คนเดียว และไม่ได้ใช้กำลังปลุกปล้ำแต่อย่างใด ในส่วนของ น.ส.เอ นั้น มีการถ่ายคลิปจริง แต่ตนบอกได้เลยว่ายังไม่ได้นำไปเผยแพร่ มีหลักฐานตามที่ภรรยาตนได้บันทึกภาพและข้อความเอาไว้เท่านั้น ที่มาคุยกับแฟนตนก็เป็นไปเรื่องจริง ตนชักชวนเขามาถ่ายคลิปบอกรายละเอียดไปแล้ว โดยไม่ใช่การถ่ายเดโม่ หรือภาพยนตร์ตัวอย่าง แต่เป็นคลิปดาวน์โหลดอะไรแบบนั้น ตอนอยู่ในห้องตนยังบอกอีกว่าจริงๆ ยังไม่สะดวกถ่ายเลย เพราะโทรศัพท์มือถือแบตเตอรี่หมด แต่เขาก็คะยั้นคะยอให้ตนถ่าย ก็เข้าใจว่าคงเป็นเพราะร้อนเงิน
ต่อข้อถามถึงกรณีที่ผู้เสียหายระบุว่าได้กัดเข้าที่ไหล่ขวาของนายวิริยะ ในช่วงที่ถูกข่มขืนนั้น นายวิริยะ กล่าวยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง พร้อมกันนั้นได้เปิดเสื้อให้ดูที่บริเวณไหล่ขวาว่าไม่มีแผลใดๆ นอกจากนี้ยังกล่าวอย่างติดตลกอีกว่า ถ้าจะมีแผลก็เกิดจากภรรยาที่ใช้เล็บข่วนที่แผ่นหลังของตนจนเป็นรอยเท่านั้น ตลอดเวลาที่เกิดเรื่องภรรยาตนทราบมาโดยตลอด ส่วนเวลาที่อยู่กันในโรงแรมก็ประมาณชั่วโมงเศษๆ ยืนยันว่าตลอดเวลาที่มีอะไรกันเป็นการยินยอม ไม่ได้ใช้กำลังหรือข่มขู่บังคับข่มขืนใดๆ ที่บอกว่าหลังออกจากห้องน้ำแล้วตนใช้กำลังทำร้ายก็ไม่เป็นความจริง
นายวิริยะ กล่าวว่า หลังจากนั้นตนยอมรับว่ายังไม่ได้ให้เงินกับทั้งสองตามที่มีการตกลงกัน เพราะช่วงนั้นเพิ่งใช้จ่ายเงินในช่วงปีใหม่ และกำลังมีปัญหากับภรรยาจึงไม่มีเงินโอนไปให้ จึงบอกไปว่าขอเวลาสักระยะ แต่ทั้งสองคนก็ทวงถามตนมาตลอด ก่อนที่จะติดต่อมาว่าให้ไปตกลงกันที่ สน.อุดมสุข เรื่องว่าตนหลอกลวง แต่ตนไม่ได้ไปและไม่ได้ติดต่อกันอีกจนเรื่องเงียบหายไป ก่อนจะมาเป็นข่าวในวันนี้ ส่วนกรณีที่ถูกระบุว่ายังมีผู้เสียหายอีก 2 คนนั้น ตนไม่รู้เรื่อง เพราะไปกับแค่สองคนนี้เท่านั้น
ด้าน ร.ต.ท.ปรีชา กล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าวเนื่องจากทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริงในคดี เมื่อทางนายวิริยะ เดินทางเข้ามาให้ปากคำเอง โดยระบุว่าเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหา และมีความประสงค์จะชี้แจงเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก็คงจะต้องสอบปากคำไว้ก่อน โดยหลังสอบปากคำเสร็จก็จะปล่อยตัวไป เนื่องจากเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนโดยสมัครใจ จากนี้จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนจะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป