เนชั่นทีวี

ข่าว

ศธ.ยันเก็บภาษีร.ร.กวดวิชา เสนอครม.สัปดาห์หน้า

15 ม.ค. 2558 | nation_ent

ศธ.ยันเก็บภาษีร.ร.กวดวิชา เสนอครม.สัปดาห์หน้า

ปลัดศธ. ยืนยันเก็บภาษี ร.ร.กวดวิชา ชี้ไม่ขัดแย้งกับพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชนฯ คาดเสนอครม.สัปดาห์หน้า ด้าน อ.อมรวิชช์  เผยโจทย์ใหญ่กว่าเก็บภาษีร.ร.กวดวิชา ต้องลดปริมาณการกวดวิชาลง โดยพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน ความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพศึกษา การวัดและประเมินผลในโรงเรียน
เมื่อวันที่ 15 มกราคม  ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่าจากการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักศธ.เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการรายความคืบหน้าการดำเนินการจัดเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วและยืนยันให้มีการจัดเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาทุกแห่งซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2,000 กว่าแห่งทั่วประเทศและจะแบ่งประเภทการจัดเก็บภาษีเงินได้เป็น ประเภทบุคคลธรรมดา และประเภทนิติบุคคล  ทั้งนี้ เมื่อมีการจัดเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาแล้วจะมีการพิจารณาลดหย่อนภาษีให้โรงเรียนกวดวิชาเหล่านี้แทนการยกเว้นภาษีเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มาตรา 48(4) ที่ได้กำหนดให้มีการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีเงินได้ของผู้รับใบอนุญาต ฯซึ่งมาตรการลดหย่อนภาษีนี้จะทำให้ไม่ให้ขัดแย้งกับพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชนฯ
ทั้งนี้ การจัดเก็บและการลดหย่อนภาษีในอัตราเท่าไรนั้นทางกรมสรรพากรจะไปพิจารณาโดยเฉพาะมาตรการลดหย่อนจะลดหย่อนได้กี่เท่าอาจจะสองเท่าหรือสามเท่าให้กับโรงเรียนกวดวิชาที่มีการทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์สังคม กิจกรรมเพื่อการกุศล หรือสาธารณประโยชน์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยในสัปดาห์หน้าสช.จะเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบในเรื่องนี้ต่อไป อย่างไรก็ตามพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ เสนอแนะว่าการแก้ปัญหากวดวิชาต้องแก้ที่ต้นตอโดยควรมีการพัฒนาการเรียนการสอนและจะมอบให้สช.ไปพิจารณาในภาพรวมของโรงเรียนกวดวิขาด้วยเพื่อแก้ปัญหาการกวดวิชา
ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้ช่วยเลขานุการรมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า โจทย์ใหญ่กว่าการจัดเก็บภาษีคือทำอย่างไรลดปริมาณการกวดวิชาลง ซึ่งเป็นปัญหาพัวพันมานานหลายทศวรรษและต้องแก้เป็นระบบ ทั้งการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน ความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพศึกษา การวัดและประเมินผลในโรงเรียน รวมถึงระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าสถาบันอุดมศึกษา ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งนักศึกษากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ มาจากระบบโควต้าที่พิจารณาเพียงแค่เกรดเฉลี่ยและการสอบสัมภาษณ์ ซึ่งมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ต่างจากเด็กที่มาจากระบบแอดมิชชั่นส์ฉะนั้นจึงพิสูจน์ได้ว่าการดูคนอย่าดูเพียงแค่คะแนนสอบแต่ให้ดูที่ศักยภาพ

ข่าวล่าสุด