เนชั่นทีวี

ข่าว

จ่อออกหมายเรียก 26 บุคคลคดี สจล.

13 ม.ค. 2558 | wanchat

จ่อออกหมายเรียก 26 บุคคลคดี สจล.

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. จับกุม นายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 40 ปี ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาห้างบิ๊กซี ศรีนครินทร์ และน.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 56 ปี ผู้อำนวยการส่วนการคลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม ร่วมกันยักยอกทรัพย์

หลังทั้งคู่ร่วมกัน ยักยอกเงินสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จำนวน 1,494 พันล้าน และมีการทำบัญชีธนาคารปลอมเพื่อหลอกลวงว่าเงินยังมีอยู่ในบัญชีธนาคาร รวมทั้งมีการถ่ายโอนเงินไปยังบุคคลที่ 3 ต่อมามีการออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวได้อีกหลายราย และยังมีผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่อีก 3 ราย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ม.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รอง ผบก.ป. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า ล่าสุดจากการตรวจสอบและสรุปจำนวนยอดเงินที่หายไปล่าสุดจาก สจล. พบว่าเงินหายไปทั้งสิ้นจำนวน 1,474 ล้านบาท จากบัญชีเงินฝากธนาคาร ไทยพาณิชย์จำนวน 5 บัญชี ส่วนการเรียกสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง เมื่อวานนี้(12 ม.ค.) นายสุกฤษ เขียวนันใจ พนักงานบริษัท มัทธุจัด จำกัด และ คนดูแลสถานบันเทิง สตรีท ผับ ของนายกิตติศักดิ์ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน จากการสอบปากคำของนายสุกฤษ ทราบว่าเป็นผู้จัดการสตรีทผับ มีหน้าที่ดำเนินการเรื่องต่างๆของสตรีทผับ ตั้งแต่เรื่องก่อสร้าง พบว่าใช้เงินลงทุนจำนวนถึง 100 ล้านบาท ก่อสร้างเมื่อเดือน ก.พ. 57 และเปิดบริการในกลางปี โดยค่าใช้จ่ายต่างๆนายกิตติศักดิ์จะเป็นคนโอนเงินให้นายสุกฤษเพื่อนำไปจ่ายให้กับบุคคลต่างๆในการก่อสร้าง ซึ่งนอกจากจะจ่ายเกี่ยวกับค่าก่อสร้าง ก็ยังมีการโอนเงินให้กับบุคคลต่างๆ ตามคำสั่งของนายกิตติศักดิ์ ซึ่งนายสุกฤษไม่ทราบว่าเงินที่นายกิตติศักดิ์สั่งให้โอนไปให้บุคคลต่างๆเป็นค่าอะไร ซึ่งจากการสอบปากคำยังไม่พบข้อพิรุธในตัวนายสุกฤษ โดยนายสุกฤษได้ให้การเป็นประโยชน์ ทางเราก็ได้ข้อมูลมาเยอะ เงินที่เอามาฟอกมาลงทุนในสตรีทผับก็ร้อยล้านบาท บริษัทมัทธุจัด ที่ให้สินเชื่อกับผู้ซื้อรถ ซึ่งก็มีรถที่มาเข้าไฟแนนซ์เยอะ ซึ่งก็มีเงินหมุนเวียนในบริษัทหลายสิบล้าน
พ.ต.อ.ณษ กล่าวต่อว่า ในวันนี้(13 ม.ค.)ได้มีการออกหมายเรียกบุคคลต่างๆที่พบว่าได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีมาสอบปากคำเพื่อพิสูจน์ทราบถึงที่มาที่ไปของเงิน จำนวน 26 ราย โดยนัดให้ทยอยกันมาให้ปากคำระหว่างวันที่ 19 - 27 ม.ค. โดยทัง 26 รายนี้ เป็นกลุ่มพนักงานบริษัทต่างๆ ของนายกิตติศักดิ์ทั้ง 7 บริษัท กลุ่มเครือญาติรวมถึงแม่ของนายกิตติศักดิ์ ที่มีการตรวจสอบแล้วพบว่าได้รับโอนเงินจากนายกิตติศักดิ์จำนวน 8 ล้านบาท นอกนั้นก็เป็นน้องสาว แฟนน้องสาว บุคคลที่สนิท และกลุ่มผู้ที่ได้รับการโอนเงินจาก สจล. ซึ่งบุคคลต่างๆเหล่านี้พบว่าได้รับการโอนเงินจำนวนตั้งแต่ 1 ล้านบาท จนถึง 10 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บุคคลที่เตรียมถูกออกหมายเรียกมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนฯลาดกระบัง ส่วนใหญ่มีหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชี เพื่อรับโอนเงินที่ถูกยักยอกมาจากสถาบันเทคโนฯลาดกระบัง และบางรายเป็นเครือญาติของนายกิตติศักดิ์ มีรายชื่อดังนี้ 1.นางระดม มัทธุจัด 2.น.ส.จุฑารัตน์ ปัดภัย 3.นายสุกฤษ เขียวนันใจ 4.นายจักรี ปัดภัย 5.น.ส.โสมจำรัส แจ่มจำรัส 6.น.ส.วันเพ็ญ นิ่มเรือง 7.นายองอาจ อภิญญายรรยง 8.น.ส.เปลียว แก้วด่านจาก 9.นายพรชัย ธาราเจริญชัย 10.น.ส.อรกัญญา ศิวัชกมลกร 11.นายภาวัช ภัคคชวัจน์ 12.น.ส.จิตรานุช ปานประชาติ 13.นายศิริชัย มธุระเวช 14.น.ส.บุญมี นิลจันทร์ 15.น.ส.หทัยทิพย์ เพาะปลูก 16.นายอภิชัย ตั้งคีรีพิมาน 17.นางรุ่งนภา จิตตั้งสกุล 18.นายณรินทร์ เชยวัดเกาะ 19.นายธระพงศ์ ธีรมหานนท์ 20.นายธีระยุทธ สหพรอุดมการณ์ 21.น.ส.ณภัค รอดอินทร์ 22.นายเสกสิทธิ์ ทิพย์จินดาชัย 23.น.ส.จุฑามาศ เจริญชัยสกุลสุข 24.น.ส.วารินีย์ ปรีกินดา 25.น.ส.กรรณีการ์ สีทาสร้อย 26.นายวรชาติ เบียซิน
พ.ต.อ.ณษ กล่าวถึงการเรียกอาจารย์ สจล.ผู้หนึ่ง มาสอบปากคำหลังพบว่าได้รับการโอนเงินจากนายทรงกลด ศรีประสงค์ ผจก.ธนาคารกรุงศรีฯ ซึ่งเป็นเงินที่โอนมาจากบัญชีของ สจล. ว่า อาจารย์คนดังกล่าวได้เข้าให้ปากคำเบื้องต้นแล้วกรณีที่ได้รับโอนเงิน 5.5 ล้านบาทจากนายทรงกลด โดยระบุว่า เป็นเงินส่วนตัวที่เคยให้นายทรงกลดไปลงทุน จำนวน 5 ล้านบาท เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน นายทรงกลดมาชักชวนให้ลงทุน จะได้กำไรมาก แต่ผ่านมา 5 ปี ไม่มีความเคลื่อนไหว จึงได้ไปออกปากทวงถาม นายกรงกลดจึงได้โอนเงินมาให้ทั้งสิ้น 5.5 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้พนักงานสอบสวนรอเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบคำให้การยืนยันถึงที่มาที่ไปของเงินว่าเป็นไปตามที่ให้การไหม หากไม่มีมายืนยันตามที่กล่าวอ้าง ก็จะต้องส่งให้ ปปง.ทำการอายัดเงินทั้งหมด 5.5 ล้านบาทด้วย เพราะถือว่าเป็นเงินของ สจล.ที่หายไป
ส่วนการติดตามจับกุมตัวนายกิตติศักดิ์ นั้น ตามกำหนดจะต้องเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 12 ม.ค.นั้น จากการประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังไม่พบว่านายกิตติศักดิ์เดินทางเข้าประเทศ ซึ่งขั้นตอนการติดตามจับกุมตัวได้มีการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหมดแล้ว

ข่าวล่าสุด