เนชั่นทีวี

ข่าว

เร่งรัดถอดแท๊กจากตัวพะยูน

12 ม.ค. 2558 | wanchat

เร่งรัดถอดแท๊กจากตัวพะยูน

ตรัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติแบละสิ่งแวดล้อม ส่งอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แก้ปัญหาถอดสัญญาณส่งดาวเทียมติดตามตัวพะยูนทะเลตรัง หลังเกิดความขัดแย้งอย่างหนัก ระหว่างอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมกับชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ที่มองว่า เป็นการทรมานสัตว์หากินได้อย่างยากลำบาก

วันนี้ (11 มกราคม 2558" ที่มูลนิธิอันดามัน ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เดินทางไปพบกับสมาชิกกลุ่มชมรมชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง เพื่อแจ้งให้ได้รับทราบว่าอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีคำสั่งให้ทำการถอดสัญญาณส่งดาวเทียมบนตัวพะยูนในทะเลตรังทั้ง 3 ตัวแล้ว หลังจากอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมโดย ดร.มาโนช วงศ์สุรีรัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมได้ดำเนินการติดตั้งไปเมื่อประมาณกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยใช้งบประมาณยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด กลุ่มอันดามัน จำนวน 20 ล้านบาท เป็นโครงการในการติดตั้ง
แต่ปรากฏว่าได้ถูกกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ออกมาต่อต้านอย่างหนัก ด้วยการร้องเรียนไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อขอให้มีคำสั่งถอดสัญญาณดาวเทียมออกโดยด่วนที่สุด เนื่องจากพบว่าพะยูนซึ่งลากสายสัญญาณดาวเทียมติดตามตัวไปด้วยตลอดเวลาตัวหนึ่งจาก 3 ตัว ได้ไปติดทุ่นของชาวบ้าน และมองว่าเป็นการทรมานสัตว์ทำให้หากินได้อย่างยากลำบาก เกรงจะติดเครื่องมือทำประมงของชาวบ้านจนตายหรือเกรงจะเป็นเป้าหมายให้นักล่าพะยูนเข้าไปลักลอบจำไปขายได้ จึงขอให้เร่งดำเนินการถอดสัญญาณออกด่วนที่สุด ในที่นี้ นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้กล่าวคำขอโทษในนามของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นด้วย
นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ตนเดินทางมาเพื่อจะเร่งรัดการทำงานและบอกกับชาวบ้านในพื้นที่ว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเราจะร่วมกันถอดสัญญาณส่งดาวเทียมในตัวพะยูนทั้ง 3 ตัวโดยเร็วที่สุด ซึ่งเป็นไปตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านในพื้นที่ สำหรับในการถอดแท๊กในตัวพะยูน เนื่องจากว่าทั้ง 3 ตัว มีการเคลื่อนไหวอยู่ในทะเลอยู่แล้วก็จะต้องมีการวางแผนกันให้รอบคอบ แม้คำสั่งของกรมอุทยานฯให้ดำเนินการถอดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 12 มกราคมนี้ แต่การทำงานต้องมีการวางแผนร่วมกันอย่างรอบคอบเนื่องจากระยะเวลากระชั้นชิด ตนจึงได้เร่งประสานทุกฝายโดยในพรุ่งนี้ (12 มค.) ก็จะมีการประชุมของคณะทำงานถอดสัญญาณดาวเทียมซึ่งแต่งตั้งขึ้นโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีผู้แทนภาคประชาชนร่วมเป็นคณะทำงานวางแผนร่วมกันว่า ในการถอดแท๊กทั้งหมดจะมีขั้นตอนอย่างไร หลังจากนั้นจะเร่งถอดโดยเร็วที่สุด
ซึ่งในส่วนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะสนับสนุนในเรื่องเรือและทีมสัตวแพทย์ซึ่งได้ประสานกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้มาร่วมสังเกตุอาการในวันจับถอดด้วย ส่วนที่หลายคนกังวลการจับถอดสัญญาณดาวเทียมในครั้งนี้ อาจทำให้พะยูนตกใจและบาดเจ็บได้ เนื่องจากระยะเวลาห่างจากการจับติดประมาณ 1 เดือน นั้น ก็จะต้องพูดคุยกันกับฝ่ายเทคนิคและภาคประชาชนว่าจะมีการวางแผนกันอย่างไร่ ซึ่งเท่าที่ ดร.มาโนช วงศ์สุรีรัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม รายงานไว้ว่า ในช่วง ที่เขาจะติดเขาก็ได้มีการวางแผนไว้อย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นทีมที่จะเข้าไปหาตัวพะยูน ทีมที่จะเข้าไปติด และทีมที่จะดูแลรักษาในกรณีที่พะยูนเกิดการบาดเจ็บ เช่นเดียวกันในขั้นตอนของเการถอดตัวแท๊ก ก็จะต้องมีทีมที่จะต้องเข้าไปหาตัวพะยูน ทีมที่จะต้องเข้าไปถอดและทีมที่จะต้องเฝ้าระวังเรื่องการบาดเจ็บของพะยูน ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะช่วยดูแลป้องกันไม่ให้พะยูนเกิดอันตราย
ทั้งนี้ ก็ยังยืนยันว่า การที่เรารู้พฤติกรรมของสัตว์ทะเลหายาก ไม่ว่าจะเป็นวาฬ เต่าทะเล และพะยูน จะต้องมีการติดแท๊กกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก เกือบทุกชนิด ก็เพื่อให้ทราบว่าสัตว์ทะเลพวกนี้เขามีความเป็นอยู่อย่างไร เพื่อนำผลมาใช้สำหรับงานวิจัย ซึ่งหลักการพวกนี้เขาใช้กันทั่วโลก แต่เนื่องจากในกรณีที่จังหวัดตรัง เนื่องจากมีข้อเรียกร้องหลายเรื่อง ประกอบกับความไม่สบายใจของชาวประมงพื้นบ้านในหลายๆเรื่อง ทางกรมอุทยานฯเองก็ได้นำเรื่องนี้มาหารือกันในระดับกระทรวง จึงมีความเห็นร่วมกันว่าให้ถอดแท๊กนี้ออกโดยด่วนที่สุด
นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวอีกว่า กรณีการติดแท๊กของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชในครั้งนี้ ก็เป็นบทเรียนเรื่องหนึ่งที่ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ความสำคัญ ซึ่งในการติดเครื่องดักฟังเสียงพะยูนใต้น้ำที่จะดำเนินการโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับนักวิจัยชาวญี่ปุ่นที่จะมีขึ้นในต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ยืนยันทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะเดินหน้าติดตั้งต่อไป โดยในปลายเดือนนี้จะมีการพูดคุยกับภาคประชาชนเพื่อทำความเข้าใจกับภาคประชาชนอีกครั้ง แม้ที่ผ่านมาก็เคยเข้ามาทำความเช้าใจและทดลองทำงานติดตั้งไปแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จและไม่มีใครออกมาประท้วงหรือคัดค้าน ซึ่งกรณีติดตามการสัตว์ทะเลหายาก อาจไม่ได้หมายถึงเรื่องการติดแทร๊กอย่างเดียว จะมีวิธีการกระบวนไหนจะให้ได้มาซึ่งข้อมูลว่าสัตว์ทะเลหายาก เขามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร เพราะว่าสัตว์ทะเลหายากพวกนี้เป็นหนึ่งในสัตว์ที่เราจะต้องคุ้มครอง ภายใต้ พรบ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปีนี้ ยืนยันจะเดินหน้าทำโครงการนี้ต่อไป โดยจะทำการศึกษาอย่างใกล้ชิด โดยมีภาคประชาชนมีส่วนร่วมด้วย

ข่าวล่าสุด