แต่พอทางกรมชลประทานปล่อยน้ำมาให้ บรรดาชาวนาก็รีบสูบน้ำเข้านา แทนที่จะปล่อยให้ไปในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อรักษาชีวิตปลา ชนิดต่างๆนับแสนตัวเพราะว่า ชาวบ้านหวั่นว่าปลาจะตาย เมื่อชาวบ้านไปห้ามไม่ให้สูบน้ำเข้านา ก็โดนด่าว่า พวกแกไม่กินข้าวหรือไง
นางบุญเรือน พิมพ์แก้ว บ้านเลขที่ 41/1 หมู่ 2 ต.ท้ายตลาด อ.เมือง ลพบุรี เล่าว่า ตนเป็นคนที่ดูแลปลาในเขตอภัยทานในแหล่งน้ำทั้งของวัดหลวงท้ายตลาด และของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ซึ่งดูแลมาหลายปีแล้ว ก่อนนี้มีปลาเยอะมาก พอน้ำท่วมปลาก็ไป แต่ตอนนี้ก็มีเยอะอยู่ ออกลูกมาเยอะมาก ที่มีตอนนี้ก็มีปลาตะเพียนทอง ปลายี่สก ปลาสวาย ปลาแพน ปลาชะโด
สำหรับอาหารพระก็จะเอาข้าวสุกหลังฉันท์เพลเสร็จมาขุนให้ปลาช่วงตอนเย็นๆ ทุกวัน ตาก็ซื้ออาหารมาเสริม มาที 3-4 ถุง หรือบางทีชาวบ้านก็เอามาให้บ้าง ตอนนี้น้ำแห้ง ก็ถมดินเป็นคันกั้นน้ำ กักน้ำเอาไว้ไม่ให้น้ำไหลไป กลัวช่างเดือน 5 เดือน 6 จะไม่มีน้ำ ตอนนี้น้ำก็ยังพอมี แต่ถ้าเดือน 5-6 กลัวจะแล้ง แต่บางทีครั้งไหนที่แล้งจัดๆ ก็ขุดไปเจอตาน้ำพอไหลซึมมาเติมให้ปลาได้อยู่บ้างก็ดี ปลาที่เลี้ยงส่วนใหญ่ก็มักไปอยู่ใต้กอบัว
ในเมื่อวิกฤตการขาดแคลนน้ำ ชาวบ้านต้องซื้อน้ำมาอุปโภคบริโภคคันรถละเป็นร้อยบาท สร้างความลำบากให้กับชาวบ้านในตำบลท้ายตลาด 7 หมู่บ้าน3,000 กว่าคนต้องซื้อน้ำกิน แต่ก็ยังมีชาวนาที่ต้องการเลี้ยงต้นข้าวของตนเอาไว้ทุกคนพูดไม่ออก