ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ดังที่ได้ประจักษ์รัฐบาลและปวงชน ชาวไทย จึงได้พร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่านเป็น "มหาราช"พระองค์แรกของชาติไทย และชาวจังหวัดสุโขทัยได้ร่วมกันสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ท่านขึ้นเพื่อสักการะและได้อัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์จากโรงหล่อกรมศิลปากร กลับมาประดิษฐาน ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ จังหวัดสุโขทัย เมื่อเดือนเมษายน ปีพุทธศักราช 2519 นับถึงปีพุทธศักราช 2558 ครบรอบ 39 ปี
เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2376 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพบหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ณ เนินปราสาท จังหวัดสุโขทัย และต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ให้กำหนดวันที่ 17 มกราคม ของทุกปีเป็น วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช วันสำคัญทางประวัติศาสตร์วันหนึ่งซึ่งถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นครั้ง แรก วันที่ 17 มกราคมของทุกปี จึง ถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทั้งนี้เพื่อเผยแพร่พระเกียรติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อชาวไทยนานัปการ
ทั้งนี้เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อชาวไทยนานัปการ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชการปัจจุบันทรงตรัสไว้ว่า ถ้าไม่มีสุโขทัย คงไม่มีประเทศไทยจนทุกวันนี้ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2553 คณะรัฐมนตรี ซึ่งในขณะนั้น ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมพิจารณาและมีมติเห็นชอบให้วันที่ 17 มกราคม ของทุกปี เป็นวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและกำหนดให้เป็นวันรัฐพิธี มีพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ ถวายราชสักการะ โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ
และในวันที่ 17 มกราคม 2558 วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในปีนี้นับเป็นปีที่ 39 ของพระบรมราชานุสาวรีย์ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช และ 732 ปี ลายสือไทย ทางจังหวัดสุโขทัย ประชาชนทุกภาคส่วน จึงร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราชอย่างยิ่งใหญ่
สำหรับการจัดงานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2558 จังหวัดสุโขทัยพร้อมด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนได้ร่วมกันกำหนดจัดงานขึ้น ในระหว่างวันที่ 17-19 มกราคม 2558 ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย โดยจังหวัดสุโขทัย และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย สนับสนุนการจัดงาน พร้อมด้วยหลายภาคส่วน ผนึกกำลังเทิดพระเกียรติ กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรสุโขทัย อย่างยิ่งใหญ่ การจัดงานปีนี้ฉลองยิ่งใหญ่ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย เป็นปีที่ 39 แห่งการก่อตั้ง พระบรมนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแห่งมหาราช และครบ 732 ปี ของการประดิษฐ์อักษรไทย หรือ ลายสือไทย ทำให้ชาติไทยได้สะสมความรู้ ศิลปวัฒนธรรมและวิชาการต่างๆ สืบทอดมายาวนาน นอกจากนี้ยังมี สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสุโขทัย ให้การดูแลเรื่องกิจกรรมแบบฉบับคนสุโขทัยมาเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยว ถึงความเป็นมาของลายสือไทย
นายปิติ แก้วสลับสี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ในปีนี้ชาวจังหวัดสุโขทัย ได้พร้อมใจกันจัดงานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ 39 ปี พระบรมราชานุสาวรีย์ และ 732 ปีแห่งลายสือไทย วันที่ 17 มกราคมเป็นวันหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งของคนไทย สมดังกระแสพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จ-พระเจ้าอยู่หัว ที่ว่า ถ้าไม่มีสุโขทัย คงไม่มีประเทศไทยจนทุกวันนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 17 มกราคม ของทุกปี เป็นวันพ่อขุนรามคำแห่งมหาราช และเป็นวันรัฐพิธี
โดยให้มีการวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ การจัดงานจึงมีทั้งส่วนที่เป็นงานรัฐพิธีและกิจกรรมเฉลิมฉลอง อาทิ พิธีพุทธาพิเษกมหามงคลพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พิธีบวงสรวงพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและบูรพกษัตริย์สุโขทัยทุกพระองค์ โดยองค์มนตรีผู้แทนพระองค์ประธานในพิธี พร้อมด้วยตัวแทนคณะรัฐมนตรี การละเล่นสมัยพระร่วง การแสดงประกอบแสงเสียงอานุภาพพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและได้พื้นฟูประเพณีสำคัญคือ การตัดบาตรข้าวตอก ซึ่งเป็นอาหารคนโบราณสุโขทัย บรรยากาศภายในงานจะย้อนอดีต เช่น ตลาดพระร่วง พิธีจุดตะครันย้อนยุค นอกจากนั้นยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าสหกรณ์ 4 ภาค สินค้า OTOP ตลอด 3 วัน 3 คืนอีกด้วย
ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ นายก อบจ.สุโขทัย แม่งานหลักกล่าวว่าขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทย ชาวสุโขทัยและนักท่องเที่ยว ทุกท่านมาสัมผัสบรรยากาศสมัยสุโขทัยและทำบุญเพื่อความ รุ่งเรือง...ร่ำรวย...ร่มเย็น ในงานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปีนี้ ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย พร้อมส่วนราชการต่าง ๆ ประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัย ผนึกกำลังจัดงานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราชขึ้น
เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรสุโขทัยอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติภายในงานท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศสมัยสุโขทัยกับสถานที่จัดงาน คือ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และพบกับกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ที่ อบจ.สุโขทัย นำกลับมาให้ได้สัมผัสอีกครั้งอาทิ พิธีรับรุ่งอรุณแห่งความสุข พิธีบวงสรวงพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ลานละเล่นสมัยพระร่วงลูกหลานสุโขทัยกราบไหว้พ่อขุน การแสดงอานุภาพพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ตลาดพระร่วง และการฟื้นฟูประเพณีอันสำคัญ กับบุญพิธีอันยิ่งใหญ่ ตักบาตรข้าวตอกเมืองพระร่วง เราขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูและสืบสานประเพณีไทย ทำบุญตักบาตรด้วยข้าวตอก อาหารที่คนสุโขทัยมีความผูกพันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทั้งยังมีคุณประโยชน์มากมาย
พร้อมกันนี้จึงได้เชิญชวนร่วมใจกันแต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองสุโขทัย เพื่อให้จังหวัดสุโขทัย เป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวตลอดไปไม่รู้ลืมเสริมค่านิยมการท่องเที่ยว และเป็นเจ้าบ้านที่ดี ร่วมสร้าง รอยยิ้ม ให้กับทุกท่านที่มาเยือนสุโขทัย พิธีรับรุ่งอรุณแห่งความสุข พิธีบวงสรวงพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและบูรพกษัตริย์ ทุกพระองค์ พิธีถวายราชสักการะ และรับผู้แทนพระองค์ลานเทิดพระเกียรติ (ลานศิลาจารึก ลานกระดิ่งและโคมประทีปสุโขทัย และลานพระเครื่อง เมืองพระร่วง) การละเล่นสมัยพระร่วง ขี่ช้างชมเมืองเล่าเรื่องพ่อขุน กิจกรรมลูกหลานสุโขทัยกราบไหว้พ่อขุนฯ การประกวด (ประกวดเขียนลายสือไทย ประกวดเล่าเรื่องเมืองพ่อขุนฯ ภาษาสุโขทัย ประกวดลูก-หลานพ่อขุน) ชมตลาดโบราณ (การแสดงอานุภาพพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หมากรุกคน ชมริ้วขบวนถวายราชสักการะเทิดพระบารมีพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และบุญพิธี ตักบาตรข้าวตอก เชิญจับจ่ายใช้สอยสินค้าสหกรณ์ 4 ภาค สินค้า OTOP ตลอดงาน