ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย นายชาลี ลอยสูง เปิดเผยว่าสถานการณ์แรงงานในปี 2558 คงไม่ดีไปกว่าในปี 2557 โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงได้รับผลกระทบจากนโยบายรถคันแรกซึ่งรถยนต์ยังขายไม่หมด และบางบริษัทย้ายฐานการผลิตส่วนหนึ่งไปประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันแรงงานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจยุโรปและอเมริกาตกต่ำ ทำให้ยอดสั่งซื้อสินค้าลดลง
ดังนั้น รัฐบาลและกระทรวงแรงงานควรสำรวจสภาพคล่องทางธุรกิจเป็นรายอุตสาหกรรมและลงลึกไปถึงระดับบริษัทโดยจัดเป็นระดับเอ บีและซีตามความเข้มแข็ง หากบริษัทใดที่มีปัญหาก็ต้องสนับสนุนเงินกู้หมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและไม่มีการเลิกจ้างแรงงาน
ด้าน รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2558 เติบโตได้ถึงร้อยละ 3.5 ถึงร้อยละ 4 ซึ่งดีขึ้นกว่าปี 2557
เนื่องจากการเมืองมีความมั่นคง และรัฐบาลมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและลงทุน ทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นเมื่อรวมผู้ว่างงานเดิมกับผู้เรียนจบใหม่คาดว่าอัตราการว่างอยู่ที่ร้อยละ 0.8 -1 หรือประมาณ 4 แสนคน
เพราะฉะนั้น กลุ่มที่น่าห่วงคือผู้จบปริญญาตรีที่มีกว่า 1 แสนคน โดยรัฐบาลและกระทรวงแรงงานจะต้องหาทางส่งเสริมให้คนกลุ่มนี้มีงานทำ รวมทั้งขยายอายุเกษียณจาก 55 ปีเป็น 60-65 ปีเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีงานทำ