นักประดาน้ำและเรือจะมุ่งค้นหาซากเครื่องบินแอร์บัส เอ320-200 ของสายการบินแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย ที่ประสบเหตุตกในบริเวณทะเลชวาตะวันออกหลังจากพบศพผู้เคราะห์ร้ายของส่วนตัวผู้โดยสารและเศษชิ้นส่วนของเครื่องบิน กระจายเกลื่อนในบริเวณนอกชายฝั่งเกาะบอร์เนียว โดยจุดที่เครื่องบินตกอยู่ห่างจากเมือง พังกาลัน บัน จังหวัดกาลิมันตัน บนเกาะบอร์เนียว
แหล่งข่าวบอกว่า นักประดาน้ำหลายสิบคนจากกองทัพเรืออินโดนีเซียจะเริ่มการค้นหาใต้น้ำในวันนี้ โดยทะเลบริเวณจุดที่เครื่องบินตกมีระดับความลึกเพียง 25-30 เมตร
ผู้เชี่ยวชาญด้านให้คำปรึกษาการบิน กล่าวว่า ลำตัวเครื่องบินอาจหาพบได้ง่าย เนื่องจากเครื่องบินอาจแตกหลังกระแทกกับพื้นน้ำแล้ว โดยสังเกตจากวัตถุที่พบยังอยู่ในสภาพดี นอกจากนี้มั่้นใจว่าจะสามารถหากล่องดำพบ เพราะรู้จุดที่เครื่องบินตกแล้ว
ปกติกล่องดำ 2 กล่องที่บันทึกข้อมูลการบินและบันทึกการสนทนาในห้องนักบินจะส่งสัญญาณเสียงที่เรียกกันว่า ปิง ภายใน 30 วันหากเครื่องบินประสบเหตุตก แต่กองทัพอากาศแถลงเมื่อวันอังคารว่ายังไม่ได้รับเสียงสัญญาณใดๆ
กล่องดำจะช่วยให้ได้คำตอบเรื่องความเร็วและเพดานบินของเครื่องบินก่อนประสบเหตุตก สถานะของระบบบนเครื่องบิน และคำพูุดสุดท้ายของนักบิน ซึ่งจะช่วยให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและเพราะอะไร
สก็อต เบรนเนอร์ อดีตเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการบินพลเรือนสหรัฐ บอกว่า ฝรั่งเศสอาจต้องการเป็นผู้นำการสอบสวนหาสาเหตุเครื่องบิน เพราะต้องการรู้ว่าเกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิคหรือความผิดพลาดของนักบิน ซึ่งหากเป็นเรื่องเทคนิค จะได้หาทางแก้ไขสำหรับเครื่องบินแอร์บัสลำอื่นๆ ที่ผลิตโดยฝรั่งเศส
นอกจากนี้ศพผู้โดยสารอาจให้เบาะแสบางอย่างด้วย เช่น หากสวมเสื้อชูชีพอยู่ แสดงว่านักบินมีเวลาเตือนผู้โดยสารว่าเครื่องจะตกลงในน้ำ ส่วนศพที่พบอยู่ในสภาพสวมเสื้อหรือไม่ ก็เป็นเบาะแสสำคัญ เพราะหากคนกระเด็นออกจากเครื่องบินกลางอากาศที่ความเร็ว 500 ไมล์ต่อชั่วโมงก็อาจทำให้เสื้อผ้าฉีกขาดได้ทันที
ขณะที่พอล เฮย์เยส ผู้อำนวยการบริษัทที่ปรึกษาการบิน แอสเซนด์ เวิลด์ไวด์ บอกด้วยว่า เบื้องต้นศพที่พบ ไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ อาจบอกได้ว่าไม่ได้มีความพยายามบังคับให้เครื่องบินลงจอดบนน้ำ
ส่วนสก็อต ฮามิลตัน กรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษาการบินลีแฮม บอกว่า หากผลการชันสูตรศพพบสาเหตุการเสียชีวิตจากแรงกระแทก แสดงว่าผู้โดยสารยังมีชีวิตอยู่ตอนที่เครื่องบินกระแทกผิวน้ำ ส่วนหากการเสียชีวิตเกิดจากสาเหตุอื่นอาจเป็นไปได้ว่าความกดอากาศลดลงรวดเร็วและเครื่องบินแตกหักกลางอากาศ
เบรนเนอร์ อดีตเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการบินพลเรือนสหรัฐ ยังบอกอีกว่า ขณะนี้สถานการณ์แอร์เอเชียตกคล้ายกับเครื่องบินแอร์บัส เอ 330-203 ของสายการบินแอร์ฟรานซ์ ตกในมหาสมุทรแอตแลนติก หลังเผชิญพายุ และพยายามบินสูงขึ้นเหนือพายุทำให้เครื่องบินเผชิญสภาพอากาศเย็นจัด ทำให้อุปกรณ์วัดความเร็วอากาศเกิดน้ำแข็งเกาะ ทำให้ระบบออโต้ ไพล็อต ไม่ทำงานเนื่องจากไม่มีออกซิเจนเพียงพอเข้าไปในระบบ