ท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จนนำไปสู่การรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 กองทัพเข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญกับจุดเปลี่ยนของประเทศไทย พร้อมกับจังหวะก้าวของนายทหารอาชีพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากผู้บัญชาการทหารบก ขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 จนถูกจับต้องจากคนทั้งประเทศว่าจะฝ่าวิกฤติไปได้หรือไม่ ติดตามจากรายงานชิ้นนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ก้าวย่างของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย เป็นจิ๊กซอว์สำคัญก่อนที่จะเกิดรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งของประเทศที่อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก หลังการเมืองสองขั้วใหญ่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ระหว่าง "ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง" หรือ "เลือกตั้งก่อนปฏิรูป"
พล.อ.ประยุทธ์ จึงตัดสินใจ ประกาศยึดอำนาจจากฝ่ายบริหาร รัฐบาลรักษาการของ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี หลังจากเปิดโต๊ะเจรจาทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่ล้มเหลวในที่สุด ก่อนที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ 21 สิงหาคม 2557 มีมติเป็นเอกฉันท์ 191 เลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี โดยไร้คู่แข่ง และมีพิธีรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง 25 สิงหาคม 2557
ทันที ที่ก้าวขึ้นตำแหน่ง ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายทหารอาชีพคนแรกที่เป็นนายกรัฐมนตรี นับแต่ พล.อ. สุจินดา คราประยูร ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2535 / และพล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นผู้นำรัฐประหารคนแรกที่เป็นนายกรัฐมนตรี นับตั้งแต่จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อปี 2500 เพื่อไม่ให้การรัฐประหารครั้งนี้เสียของ ซ้ำรอยเหตุการณ์ 19 ก.ย.2549เส้นทางของ บิ๊กตู่ เป็นนายทหารสาย บูรพาพยัคฆ์ และ ทหารเสือราชินี มาโดยตลอด ก้าวขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก เมื่อตุลาคม 2553 ถึงกันยายน 2557 มีเอกลัษณ์โดดเด่น ตอบโต้ทันควันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จริงจัง เข้มขลัง แต่เมื่อก้าวพ้นจากนายทหารเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศ บ่อยครั้งจึงเกิดวิวาทะกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ส่วนบทบาทการทำงานในสภาฯ ก็สามารถเรียกเสียงฮาด้วยลีลาเฉพาะตัว
การก้าวเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ ของพล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้ ถือเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่ง กับการประกาศโรดแม็ป นำพาประเทศให้ก้าวข้ามจากความขัดแย้ง ผ่านการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย และนำไปสู่การเลือกตั้งอย่างช้าสุดในปี 2559 ท่ามกลางกระแสคลื่นใต้น้ำ ชูสามนิ้ว เคลื่อนไหวให้ผ่อนคลายกฎอัยการศึก และแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของประชาชน ที่อาจจะกลายเป็นตัวบั่นทอนความเชื่อมั่นของรัฐบาล หากไม่มีการแยกแยะและตีกรอบจนเกิดไป จนกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ ..อนาคตของประเทศไทยนับจากนี้จึงอยู่ในกำมือของผู้ชายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จัทร์โอชา