ตำรวจเปิดเผยว่า ได้ติดตามคนขับรถที่ทิ้งรถเอาไว้ และหนีไปยังรัฐอุตระประเทศ หลังจากก่อเหตุข่มขืนผู้โดยสารหญิงในพื้นที่เปลี่ยวในกรุงนิวเดลี เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะถูกจับกุมได้ที่เมืองมธุรา โดยความช่วยเหลือของตำรวจรัฐอุตระประเทศ แต่ตำรวจได้ตำหนิบริษัทผู้ให้บริการ อูเบอร์ แท็กซี่ ในอินเดียว่า จากการสืบสวนในเบื้องต้น พบว่า ไม่มีการติดตั้งระบบจีพีเอสบนรถ และไม่มีการตรวจสอบภูมิหลังของคนขับอีกด้วย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่อูเบอร์ ซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ในสหรัฐ ได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและการใช้เทคโนโลยีทันสมัย และกำลังบุกตลาดอินเดีย โดยได้รับความสนใจชาวคนหนุ่มสาวที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่ในเมือง ซึ่งบรรดาผู้หญิงที่อยู่ในเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงนิวเดลี ต่างวิตกต่อความปลอดภัยอย่างสูงสุด หลังจากเกิดเหตุรุมข่มขืนที่สร้างความตกตะลึงและโกรธแค้นไปทั่วโลก ซึ่งอูเบอร์ ระบุว่า กำลังทำงานร่วมกับตำรวจในการแก้ปัญหาอาชญากรรมสะเทือนขวัญครั้งนี้ พร้อมกับให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนขับรถ, รถยนต์และเส้นทาง พร้อมกับย้ำว่า อูเบอร์ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
เหตุการณ์ล่าสุด เหยื่อถูกระบุว่า เป็นถึงผู้บริหารหญิงของบริษัทการเงินแห่งหนึ่ง ซึ่งเผลองีบหลับบนรถ ขณะอยู่ระหว่างทางกลับบ้าน หลังจากไปรับประทานอาหารค่ำกับเพื่อนๆ เธอให้การกับตำรวจว่า พอตื่นขึ้นมาก็พบว่า รถจอดอยู่ในที่เปลี่ยว และคนขับได้จู่โจมเข้าข่มขืนเธอ ก่อนจะนำเธอไปทิ้งไว้ใกล้บ้านในกรุงนิวเดลี เธอบอกด้วยว่า คนขับขู่จะฆ่าเธอ ถ้าแจ้งตำรวจ แต่เธอได้ถ่ายรูปทะเบียนรถยนต์ของคนร้ายเอาไว้ก่อนแจ้งความ
อูเบอร์ในอินเดีย ให้บริการโดยให้ผู้โดยสารเรียกมาให้บริการได้ทั้งแท็กซี่และรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้แอพในสมาร์ทโฟน บริษัทนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2552 ในกว่า 200 เมืองใหญ่ และ 45ประเทศ และเพิ่งจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในสหรัฐ เมื่อเดือนที่แล้วว่า คนขับรถถูกสอดแนมด้วยอุปกรณ์ภายในที่เรียกว่า "ก๊อด วิว"