ในช่วงเช้าวันนี้ กระทรวงการคลังได้จัดสัมนาวิชาการ ประจำปี 2557 เรียลเอสเตท เมกะเทรนด์ แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต โดยรองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ร่วมกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ "แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในอนาคต" โดยระบุว่า ปัจจัยที่จะมีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2558 มี 4 - 5 เรื่อง
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง มีเพียงสหรัฐและกลุ่มซีแอลเอ็มวี คือ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ที่มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน ส่วนยุโรป จีน และญี่ปุ่น ยังไม่สดใสเท่าที่ควร
ปัจจัยต่อมาคือราคาน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันยังคงปรับตัวอยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งค่าเงินที่ยังคงมีความผันผวน ขณะที่การดำเนินนโยบายการเงินการคลังของภาครัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ส่วนการระบาดของโรคอีโบลา ถือเป็นความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เพราะจะมีผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม เช่นเดียวกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการฟื้นตัวเช่นกัน หากสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น
ส่วนภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2558 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 4% ซึ่งอาจเป็นตัวเลขที่ดูว่าสูง แต่ยังถือว่าต่ำกว่าศักยภาพที่ควรเติบโตได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 4.5%
สำหรับปัจจัยที่จะมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน คือหนี้ครัวเรือน ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มว่าจะปรับตัวลดลง โดยสิ่งที่จะช่วยกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชนคือรัฐบาลจะต้องเร่งลงทุนโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งประเทศไทยไม่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่มานานแล้วหลังจากโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ