นางชิเซโกะ ได้รับผลประโยชน์จากการเสียชีวิตของสามี 7 คน รวมกัน 800 ล้านเยน หรือกว่า 220 ล้านบาท ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยเป็นเงินประกันและทรัพย์สินอื่นๆ รายงานระบุว่า สามีคนที่ 4 คือ นายอิซาโอะ คาเคฮิ ล้มป่วยกระทันหันที่บ้านและได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว หรือไม่ถึง 2 เดือน หลังแต่งงานกับนางชิเซโกะ ผลการชันสูตรพบว่า มีสารไซนาไนด์ในระดับสูงอยู่ในเลือดของนายทาเคฮิ
ความสัมพันธ์ที่นำไปสู่ความตายของนางชิเซโกะ เริ่มต้นเมื่อปี 2537 เมื่อสามีคนแรกของเธอเสียชีวิตขณะมีวัย 54 ปี ต่อมาในปี 2549 สามีคนที่ 2 ของเธอ เสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมอง ขณะมีวัย 69 ปี ส่วนการแต่งงานครั้งที่ 3 สิ้นสุดเมื่อปี 2551 เมื่อสามีวัย 75 ปี เกิดป่วยกระทันหันและเสียชีวิต หลังจากทั้งคู่ไปรับประทานอาหารร่วมกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ส่วนสามีคนที่ 4 เชื่อว่า กำลังมีอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งก่อนจะเสียชีวิตในปี 2552 ส่วนสามีคนที่ 5 เสียชีวิตเพราะเป็นลมหมดสติขณะขี่รถจักรยานยนต์ ในปี 2555 จากผลการชันสูตรศพ พบร่องรอยของสารไซนาไนด์ในร่างกายของเขา
นางชิเซโกะ อดีตพนักงานธนาคาร ถูกจับในวันนี้ ฐานต้องสงสัยว่าฆาตกรรมสามีคนล่าสุด ซึ่งเธอให้การปฏิเสธ และเมื่อเดือนมีนาคม เธอเพิ่งให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรทัศน์ว่า ถ้าถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นฆาตกร ก็จะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย
เมื่อปี 2555 นางเคนาเอะ คิจิมะ ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ ในคดี "แม่ม่ายดำ" ที่โด่งดัง ฐานก่อเหตุฆาตกรรมชาย 3 คน อายุ 41 ปี, 53 ปี และ 80 ปี ที่เธอพบในเว็บไซท์หาคู่ทางอินเตอร์เน็ต และขณะนี้เธอยังอยู่ในเรือนจำ เพื่อรอผลการยื่นอุทธณ์ต่อศาลสูง
ส่วนคำว่าแม่ม่ายดำ หมายถึงแมงมุมเพศเมียสายพันธุ์หนึ่ง ที่จะกินตัวผู้หลังจากผสมพันธุ์กัน