"ไลบีเรีย" ยกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉินอีโบล่า

ผู้นำไลบีเรียประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินเพื่อยับยั้งการระบาดของโรคอีโบล่าที่บังคับใช้มานาน 3 เดือนแล้วเมื่อวาน
ข่าว
ประธานาธิบดีเอลเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟ ของไลบีเรียประกาศเมื่อวาน ยกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉินที่ประกาศใช้ตั้งแต่ 6 ส.ค.เพื่อยับยั้งการระบาดของอีโบลา แต่ย้ำว่าการต่อสู้กับอีโบลายังไม่สิ้นสุด และการตัดสินใจมีพื้นฐานจากความคืบหน้าในการควบคุมการแพร่ระบาด
ภายใต้ประกาศภาวะฉุกเฉิน ไลบีเรียใช้มาตรการเด็ดขาดในการปิดพรมแดนเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาด การใช้กฎเคอร์ฟิว การกักโรค การปิดโรงเรียน และการงดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของผู้คนจำนวนมาก
ปัจจบุันมีผู้เสียชีวิตจากอีโบลาทั่วโลกกว่า 5,100 คน โดยไลบีเรียมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 2,836 คน แต่ทางการไลบีเรียระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ชะลอลงจากยอดเฉลี่ยวันละกว่า 500 คนเหลือเพียงเกือบ 50 คน สอดคล้องกับรายงานขององค์การอนามัยโลกที่ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อกำลังลดลงในไลบีเรียและกินี
ขณะที่กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน เปิดเผยว่า จะเริ่มทดลองวิธีรักษาโรคอีโบล่า 3 วิธี ใน 3 จุดที่มีการระบาดอย่างหนักในเดือนหน้า และคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปผลการทดลองในเดือนมีนาคมปีหน้าเป็นอย่างช้า การทดลองรักษาจะยึดหลักตามความสมัครใจ โดยพื้นที่ทดลอง 2 จุดอยู่ในกินี ส่วนอีกจุดอยู่ในไลบีเรีย คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมทดลองราว 400 คน
การทดลองรักษาครั้งนี้จะใช้ ยาฟาวิพีราเวียร์ และบรินซิโดโฟเวียร์ ซึ่งยาทั้งสองตัวนี้ยังไม่ผ่านการทดลองในสัตว์และมนุษย์ในระยะนานพออย่างที่ควรจะเป็น แต่เพราะความรุนแรงในการระบาด ทำให้ต้องนำออกมาทดลองใช้จริงกับมนุษย์ นอกจากนั้นจะมีการทดลองรักษาด้วยเลือดและพลาสม่าที่มีสารแอนตี้บอดี้จากผู้รอดชีวิตจากอีโบลา วิธีหลังนี้จะทำให้แพทย์สามารถตรวจคนไข้เพื่อดูผลการรักษาได้ทันทีที่ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเอ็นที่ประสานงานเรื่องอีโบลา บอกว่า ขณะนี้ความพยายามยับยั้งการระบาดกำลังเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นในเมืองใหญ่ เพื่อขยายลงไปยังชุมชนห่างไกล และขณะนี้กำลังส่งหน่วยรักษาเคลื่อนที่ขนาดเล็กไปยังพื้นที่ชนบทเพื่อให้สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว