ดร.ดวง บิ่ก ฮัน ประธานอำนวยการด้านวัฒนธรรมของยูเนสโก้ฮานอยกล่าวว่า ยูเนสโก้ได้รับรายงานมาจาก สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือ IUCN ว่าการได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของถ้ำซอนดุง จังหวัดกว่างบิ่นของเวียดนามอาจจะต้องได้รับการพิจารณาใหม่ เหตุเพราะจะมีการก่อสร้างรถเคเบิ้ล
รัฐบาลเวียดนามได้ออกมาประกาศว่า การลงทุนระบบรางและรถเคเบิ้ลนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทซันกรุ๊ป ซึ่งเป็นนักพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ และรัฐบาลเวียดนาม ร่วมสำรวจถ้ำเพื่อการติดตั้งระบบเคเบิ้ลที่จะมีความยาวกว่า 10.6 กิโลเมตร เข้าออกถ้ำซอนดุงแห่งนี้ โดยรางเคเบิ้ลจะพาดผ่านถ้ำเล็กถ้ำน้อยมากมาย รวมไปถึงป่าเขตลึก และแม่น้ำใต้ดินอีกหลายแห่ง
แต่ทางด้านสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ได้ออกโรงเตือนว่าโครงการรถเคเบิ้ลอาจจะไปกระทบกับสิ่งแวดล้อมธรรมชาติในอุทยานแห่งนี้ และอาจทำให้สถานะในการเป็นแหล่งมรดกโลก ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยเจ้าหน้าที่จากทางการไอยูซีเอ็นได้ขอให้ทางการเวียดนามส่งรายละเอียดการก่อสร้าง การพัฒนาพื้นที่ และการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม แน่นอนว่าโครงการนี้ได้รับการดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิดจากองค์กรยูเนสโก้
ดร.ฮัน แห่งยูเนสโกฮานอยได้กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลเวียดนามยื่นหนังสือรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว ทางการยูเอ็น จะส่งเจ้าหน้าที่ผ่านทาง ไอยูซีเอ็น เพื่อเข้าประเมิน ณ อุทยานแห่งชาตินี้อีกครั้ง เพื่อดูว่าโครงสร้างรถเคเบิ้ลจะดำเนินต่อไปได้หรือไม่
ด้านเจ้าหน้าที่จากจังหวัดกว่างบิ่นกล่าวว่า รถเคเบิ้ลจะไม่กระทบต่อสภาพแวดล้อมธรรมชาติของถ้ำซอนดุงอย่างแน่นอน และยังจะทำให้กระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างงานให้กับคนในพื้นที่ สร้างรายได้และขจัดความยากจนในจังหวัดกว่างบิ่นออกไป
ถ้ำซอนดุงถือว่าเป็นถ้ำที่มีอายุกว่าแก่มากกว่า 400ล้านปีเลยทีเดียว ซึ่งถูกค้นพบโดยคนพื้นที่ที่มีนามว่า โฮคัน ซึ่งในตอนแรกก็ไม่ได้เป็นที่ฮือฮาซักเท่าไหร่ แต่หลังจากที่ทีมผู้เชี่ยวชาญการสำรวจถ้ำจากประเทศอังกฤษได้เข้าศึกษาอย่างละเอียด จึงเห็นถึงความสำคัญ และควรคู่แก่การเก็บรักษาไว้เป็นแหล่งมรดกของโลกต่อไป