พาณิชย์แนะผู้ส่งออกไปตลาดอียู ต้องเร่งปรับตัว หลังถูกตัดจีเอสพี
11 พ.ย. 2557 | lastman

กระทรวงพาณิชย์แนะผู้ส่งออกไทยไปตลาดอียูต้องเร่งปรับตัว สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า พัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพรุกตลาดผู้สูงอายุ เหตุถูกตัดจีเอสพีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมนี้
ข่าว
11 พ.ย. 2557 | lastman

กระทรวงพาณิชย์แนะผู้ส่งออกไทยไปตลาดอียูต้องเร่งปรับตัว สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า พัฒนาสินค้าเพื่อสุขภาพรุกตลาดผู้สูงอายุ เหตุถูกตัดจีเอสพีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมนี้
รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ อัมพวัน พิชาลัย กล่าวถึงผลศึกษาของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ว่า ในระยะเวลา 10 ปีหลังจากที่สหภาพยุโรปหรืออียู ได้ขยายรับสมาชิกเพิ่ม โดยโครเอเชียเป็นสมาชิกล่าสุดในปี 2556 พบว่าการค้าภายในระหว่างอียูขยายตัวอย่างก้าวกระโดด และไทยสูญเสียส่วนแบ่งตลาดของสินค้าหลายรายการให้กับคู่แข่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศสมาชิกใหม่ในอียู ผู้ส่งออกจึงต้องเร่งปรับตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ ไทย-อียูยังไม่มีความคืบหน้า และไทยกำลังจะถูกตัดสิทธิพิเศษทางศุลกากรหรือจีเอสพี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558
สินค้าที่ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน เป็นสินค้าในหมวดเครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์และส่วนประกอบ ซึ่งไทยสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับ ฮังการี โปแลนด์ และสาธารณรัฐเช็ก เพราะทั้ง 3 ประเทศมีโครงสร้างสินค้าส่งออกที่คล้ายคลึงกับไทยมากในหมวดสินค้าข้างต้น
นอกจากนี้ ยังพบว่าสินค้าในหมวดอัญมณีและยางพารา เป็นสินค้าที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดอียูลดลง ขณะที่สินค้าหลายรายการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงที่อียูต้องการนำเข้าจากประเทศอื่นๆ แต่ไทยไม่ได้ส่งออก เช่น สินค้าหมวดเคมีภัณฑ์ เหล็กและเหล็กกล้า และเครื่องจักรกลบางรายการ
โดยสินค้าไทยหลายรายการไม่ได้เผชิญการแข่งขันที่สูงจากอียู แต่ประสบปัญหาการกีดกันทางการค้า เช่น สินค้าหมวดอาหารทะเล ผักและผลไม้ผู้ส่งออกตลาดอียูจึงควรพัฒนามาตรฐานสินค้าและเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้กับสินค้าที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันสูงและไม่ได้เผชิญการแข่งขันสูงในตลาด มากนัก เช่น อาหาร และผักผลไม้
นอกจากนี้ ควรหันมาพัฒนาและส่งออกสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ สินค้าออร์แกนิคและสินค้าเพื่อสุขภาพ โดยเน้นประเทศนอร์เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี ซึ่งเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว
ขณะเดียวกัน ผู้ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดอียูให้มากขึ้น หรือกระจายการส่งออกไปยังตลาดอื่นๆที่มีศักยภาพ อาทิ จีน อินเดีย รัสเซีย และอาเซียน ซึ่งมีกำลังซื้อสูงและมีความนิยมในสินค้าไทย
สำหรับสินค้ายางและผลิตภัณฑ์ยาง จะต้องเร่งเพิ่มมูลค่าและการแปรรูป เพราะผลิตภัณฑ์ยางหลายรายการ เช่น ยางธรรมชาติที่กำหนดไว้ใช้ทางเทคนิค ถุงมือยางที่ใช้ในทางศัลยกรรม มีส่วนแบ่งตลาดในอียูลดลง และเผชิญการแข่งขันสูงขึ้น โดยผู้ประกอบการต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบทางการค้าของอียูอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์