ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน พร้อมด้วยเหล่าผู้นำเอเปคอีก 20 เขตเศรษฐกิจ เช่นประธานาธิบดีบารัก โอบามา และนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะของญี่ปุ่น เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคครั้งที่ 22 ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่งเช้าวันนี้ หลังมีการพบปะทวิภาคีและงานเลี้ยงอาหารค่ำเมื่อวาน
และในโอกาสครบรอบ 25 ปีการก่อตั้งเอเปคในปีนี้ ประธานาธิบดีสี กล่าวในการเปิดประชุมว่า เราจำเป็นต้องแปรเปลี่ยนคำมั่นสัญญาเป็นการปฏิบัติ และจัดทำพิมพ์เขียว การพัฒนาสำหรับ 5 ปี 10 ปีหรือแม้แต่ 25 ปีข้างหน้า พร้อมทั้งบอกว่า เราจะหาทางแก้ไขปัญหาที่เสี่ยงเกิดความแตกแยกในการรวมกลุ่มเศรษฐกิจ ตลอดจนหาทาง กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจหลังวิกฤติการเงิน และขจัดปัญหาคอขวดที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเชื่อมโยงในภูมิภาคได้อย่างไร
เขาเรียกร้องให้เอเปคร่วมผลักดันการทลายกำแพงการค้าและเร่งเจรจาจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิกหรือ เอฟแทป (FTAAP) เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคให้ยิ่งใหญ่ขึ้น โดยจะต้องมีการปฏิรูปและนวัตกรรมทั้งในด้านธรรมาภิบาลการพัฒนาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเติบโตในภูมิภาค และจำเป็นต้องเร่งการพัฒนาการเชื่อโมงและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งการบรรลุเป้าหมายจะต้องอาศัยความไว้วางใจ ความร่วมมือ และการคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน
แต่สหรัฐได้ผลักดันความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ ทีพีพี มาก่อนแล้ว โดยประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้วและกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาทั้ง 12 ชาติล้วนเป็นสมาชิกเอเปค แต่ไม่มีจีนรวมอยู่ด้วย ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าความพยายามของสหรัฐมุ่งจำกัดอิทธิพลของจีนในภูมิภาค
ครั้งนี้่เป็นครั้งแรกที่จีนเป็นผู้นำเสนอจัดการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศสะท้อนว่าจีนอยากมีบทบาทมากขึ้นในองค์กรด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงต่างๆที่ถูกครอบงำโดยสหรัฐมานาน เพื่อแสดงถึงศักยภาพของจีนที่เป็นเขตเศรษฐกิจรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก