เนชั่นทีวี

ข่าว

รัฐวาง 4 กลยุทธ์ สร้างมูลค่าเพิ่มยางพารา

10 พ.ย. 2557 | lastman

รัฐวาง 4 กลยุทธ์ สร้างมูลค่าเพิ่มยางพารา

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมวาง 4 กลยุทธ์ พัฒนาอุตสาหกรรมยาง สร้างมูลค่าเพิ่ม รักษาความเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออก

อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ กสอ. อาทิตย์ วุฒิคะโร กล่าวว่า ไทยเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติมากเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยในปี 2556 ไทยผลิตยางพาราได้กว่า 4.17 ล้านตัน สามารถส่งออกได้ถึง 3.66 ล้านตัน ขณะที่อินโดนีเซียผลิตได้ 2.7 ล้านตัน และมาเลเซียผลิตได้ 0.8 ล้านตัน

ส่วนในปี 2557 ตั้งแต่เดือนมกราคม - กันยายน ไทยผลิตยางพาราได้ประมาณ 2.1 ล้านตันจากพื้นที่ปลูกยางทั่วประเทศกว่า 22 ล้านไร่ มีมูลค่าส่งออกโดยรวมประมาณ 1.5 แสนล้านบาท

แม้ว่ามูลค่าการส่งออกอุตสาหกรรมยางไทยจะสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่ประสบปัญหาเรื่องของราคายางที่ยังคงผันผวนและผลผลิตล้นตลาด รวมทั้งผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการขยายตัวด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศคู่ค้า เช่น จีน ที่หันมาปลูกยางเองเพื่อป้อนเข้าโรงงานภายในประเทศ

นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยภายในประเทศ เช่น ผลผลิตต่อไร่ และปริมาณน้ำยางที่มีสัดส่วนไม่แน่นอน คุณภาพของยางดิบ และพื้นที่เพาะปลูกที่สุ่มเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วม ส่งผลให้ราคายางในปัจจุบันลดเหลือกิโลกรัมละประมาณ 44 บาท จากที่เคยสูงสุดถึงกิโลกรัมละ 180 บาท ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมการผลิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม

กลยุทธ์ที่จะทำให้อุตสาหกรรมยางพารามีความแข็งแรง สามารถรักษาบทบาทความเป็นผู้นำในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน คือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตยางพารา โดยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ยางล้อรถ ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย ลูกโป่ง รวมถึงกลุ่มแปรรูปจากไม้ยางพารา เช่น ของเล่นไม้และไม้ปาร์เกต์ ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้ายางพาราของไทยสู่สากลได้เป็นอย่างดี

กรมฯ ในฐานะหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแล ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมโดยตรง ได้กำหนด 4 กลยุทธ์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางในประเทศ เพื่อก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด และสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ในระยะยาว คือ 1.ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่า โดยมุ่งส่งเสริมให้มีการนำงานวิจัยไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ เพื่อเป็นการเสริมสร้างรากฐานนำไปสู่การให้ความสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

2.ส่งเสริมการใช้น้ำยางดิบเพื่อการแปรรูปยาง เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพ และมีศักยภาพในการใช้น้ำยางเป็นจำนวนมาก เช่น ผลิตภัณฑ์ยางที่ใช้ในงานวิศวกรรม การก่อสร้าง และชลประทาน 3.สร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างกลุ่มสหกรณ์ผู้ผลิตน้ำยาง ผู้ประกอบการ และหน่วยงานวิจัย เพื่อร่วมกันดำเนินงานในการทำงานวิจัยให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ และสามารถนำไปต่อยอดในภาคอุตสาหกรรมต่อไปได้

และ 4.สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน เพื่อพัฒนา และสร้างบุคลากรในอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางให้สามารถตอบสนองการดำเนินงานทั้งบุคลากรด้านการวิจัย การผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางเกิดการพัฒนาอย่างแท้จริงและยั่งยืน

ข่าวล่าสุด