พร้อมข้อเสนอในการพัฒนาการให้บริการว่า กรมศิลปากรมีนโยบายและโครงการพัฒนาการให้บริการทางสื่อดิจิตอลอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยจะพัฒนาไปพร้อมๆ กันในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบงานบริการของหอสมุดแห่งชาติ ทะเบียนโบราณวัตถุของสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ทะเบียนโบราณสถานของสำนักโบราณคดี รวมถึงงานช่างสิบหมู่ และงานของหอจดหมายเหตุแห่งชาติด้วย
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า ขณะที่งานบริการของหอสมุดแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารโบราณหรือหนังสือทั่วๆ ไป จะมีการนำข้อมูลลงสู่ระบบดิจิตอลเพื่อให้ประชาชนสามารถสืบค้นได้ง่าย เพียงแต่ขณะนี้ยังติดขัดในเรื่องงบประมาณ ไม่สามารถนำเข้าทีเดียวได้ทั้งหมด โดยคาดว่าภายใน 3 ปี จะลงชื่อเรื่อง/บรรณานุกรมในหนังสือต่างๆ ให้ครบ 1 ล้านชื่อเรื่อง ส่วน E-book หนังสือที่สามารถเปิดอ่านได้เลย จะต้องทยอยทำ อาจมีข้อจำกัดเรื่องลิขสิทธิ์ ดังนั้นจะเลือกหนังสือที่เป็นลิขสิทธิ์ของกรมศิลปากร หรือหนังสือที่เป็นประโยชน์และไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์แล้ว อาทิ วรรณคดี ประวัติศาสตร์ต่างๆ ที่จะเปิดเผยต่อสาธารณชนต่อไป
"สำหรับการให้บริการออนไลน์หนังสือภาษาโบราณซึ่งเป็นโบราณวัตถุ จะต้องเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์ก่อน จึงจะนำเข้าสู่ระบบดิจิตอล ทั้งนี้ ต้องมีการจัดซื้อเครื่องมือเฉพาะสำหรับสแกนซึ่งมีราคาสูง จึงต้องใช้ระยะเวลาและงบประมาณอีกมาก คาดว่าภายในปี 2560 น่าจะเห็นระบบการให้บริการออนไลน์ได้" นายบวรเวท กล่าว