วันที่ 28 ต.ค.57 ที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ บัลลังค์ที่ 11 โดยนายอยุทธ์ จามิกร ผู้พิพากษาได้ขึ้นบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีความผิดต่อชีวิตและอาวุธปืน ซึ่งมีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พร้อมพวกรวม 5 คนเป็นผู้ต้องหา ในคดีที่นายทัศน์กมล โอบอ้อม แกนนำกะเหรี่ยงถูกยิงเสียชิวิตขณะขับขี่รถยนต์ส่วนตัวเดินทางเข้าตัวเมืองเพชรบุรี บนถนนเพชรเกษมขาเข้า บริเวณบ้านถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ซึ่งศาลได้พิจารณาคดีรวมเวลาทั้งสิ้นเกือบ 3 ปี จึงได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีในวันนี้
คดีนี้นายทัศน์กมล โอบอ้อม อายุ 55 ปี อดีตผู้สมัครส.ส. พรรคเพื่อไทย จ.เพชรบุรี และยังเป็นแกนนำกะเหรี่ยงแก่งกระจานได้ถูกยิงตายบนถนนเพชรเกษม อ.บ้านลาดจ.เพชรบุรี ในวันที่ 10 ก.ย. 54
ภายในรถพบศพนายทัศน์กมล โอบอ้อม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 362 หมู่ 1 ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย จ.เพชรบุรี และเป็นแกนนำการเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีเผาไล่ที่ชาวกระเหรี่ยงแก่งกระจาน สภาพศพสวมเสื้อยืดคอปกสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีเทา ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะและหัวไหล่ข้างขวาหลายนัด นอนเสียชีวิตคาพวงมาลัยรถ ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกลพบหัวกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่จำนวน 1 นัด และห่างออกไปประมาณ 400 เมตร พบรอยต้นไม้ถูกรถครูดยาวเป็นทางจนถึงที่เกิดเหตุเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายกำลังเดินทางเข้าตัวจังหวัดเพชรบุรี เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีรถยนต์ไม่ทราบรุ่น สี และทะเบียน ขับประกบก่อนกระหน่ำยิงจนเสียชีวิตดังกล่าว โดยจากการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาจากเจ้าหน้าที่สอบสวนได้นำไปสู่การออก หมายจับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ แก่งกระจานกับพวกอีก 4 คน
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งต่อพนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรีในวัน ที่ 22 ธ.ค. 2554 และอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี จนกระทั่งล่าสุด วันที่ 29 ธ.ค. 2554 ศาลจังหวัดเพชรบุรีได้ประทับรับฟ้องคดีหัวหน้าอุทยาน ในข้อหาจ้างวานฆ่า กับพวกอีกทั้ง 4 คน ซึ่งประกอบด้วย นายศักดิ์ พลับงาม มือปืน, นายชูชัย สุขประเสริฐ อดีตสมาชิกอบต.บางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี, นายธวัชชัย ทองสุข หรือ ส.ท.ต่อ สมาชิกสภาเทศบาล ต.หนองจอก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และนายดวง สังข์ทอง ลูกจ้างอุทยาน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นคดีอาญา คดีดำ 4653/2554
ศาลได้พิจารณาดคีจากพยานหลักฐานแล้วพิเคราะห์ว่า หลักฐานที่มีขาดน้ำหนักและเป็นเพียงพยานแวดล้อมที่ไม่มีน้ำหนักชัดเจนว่าจำเลยได้กระทำการตามคำฟ้อง จึงให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คน
หลังฟังคำพิพากษา นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งตนเองมั่นใจมาโดยตลอดว่า ตลอดระยะเวลาตนได้ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องทรัพยากรเพื่อคนทั้งประเทศ แต่มาถูกเชื่อมโยงเอาตนและลูกน้องเข้าไปเกี่ยวพันในคดีนี้ จนทำให้รู้สึกเสียใจ ตนเชื่อมั่นว่ามีขบวนการทำลายตนเอง ตนเองและลูกน้องก็มีครอบครัวที่ต้องมารับสภาพที่ถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีโจมตีมาโดยตลอด แต่วันนี้ตนเองก็ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการพิจารณาคดีก็รู้สึกดีใจ บอกน้องๆที่ทำงานทุกคนว่าให้ตั้งใจทำงานอย่าย่อท้อ และต้องขอความเป็นธรรมให้ตนเองและเจ้าหน้าที่ที่มีบางสื่อนำพวกตนไปเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆจนได้รับความเสียหาย