กระทรวงคมนาคมไฟเขียวขึ้นราคาแท็กซี่เฉลี่ย 13% ปรับขึ้นมิเตอร์ช่วงรถติดเป็น กม.ละ 2 บาท ระยะแรกให้ปรับแค่ 8%รอประเมินผลบริการช่วง 6 เดือนแรก หากผ่านเกณฑ์ให้ปรับเต็มเพดาน แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขบริการดี คันไหนปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารหรือแสดงความถ่อยเถื่อนด้านการพูดจา มีสิทธิ์ถูกลงโทษด้วยมาตรการเฉียบ
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ว่าได้สรุปเรื่องการปรับอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่มิเตอร์เบื้องต้นเตรียมอนุมัติให้แท็กซี่ปรับขึ้นค่าโดยสารเฉลี่ย 13% คำนวณจากการนำอัตราการเงินเฟ้อในปีที่อนุมัติให้แท็กซี่ปรับราคาครั้งสุดท้ายเมื่อ 6 ปีก่อนมาเปรียบ เทียบกับอัตราเงินเฟ้อปีปัจจุบัน พบว่ามีอัตราเพิ่มสูงขึ้น 13% อนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารในช่วงที่รถติดและจอดนิ่งเพิ่มขึ้นอีกจากกิโลเมตรละ 1.50 บาท เป็นกิโลเมตรละ 2 บาท
รวมทั้งมีการปรับลด ช่วงระยะทางในการนำมาคำนวณอัตราค่าโดยสาร ที่เปลี่ยนแปลงไปให้สั้นลงเป็นทุกๆ 10 กิโลเมตรจากเดิมที่กำหนดให้มีการคำนวณอัตราค่าโดยสารใหม่ทุกๆ 12 กิโลเมตร เพื่อให้อัตราค่าโดยสารสะท้อนต้นทุนที่เป็นจริงมากขึ้น ส่วนอัตราค่าโดยสารระยะเริ่มต้นระหว่าง กม.ที่ 0-2 กิโลเมตร ให้คงไว้ที่อัตราเดิมคือ 35 บาท
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า หลังจากอนุมัติให้แท็กซี่ปรับราคา จะเข้มงวดกับรถแท็กซี่ที่ฝ่าฝืนกฎหมายเพิ่มขึ้น โดยจะนำมาตรการพักใช้ เพิกถอน ใบอนุญาตมาใช้ หากพบแท็กซี่กระทำผิดซ้ำซาก โดยแบ่งฐานความผิดออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มความผิดทั่วไป เช่น ไม่ใช้มิเตอร์ค่าโดยสาร กิริยาวาจาไม่สุภาพ ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ตกลงกัน หากพบการกระทำผิด ครั้งที่ 1 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท ครั้งที่ 2 ปรับ 1,000 บาทพักใช้ใบอนุญาตขับรถ 7 วัน
หากกระทำผิดข้อหาเดียวกัน 3 ครั้ง ในระยะเวลา 1 เดือน จะถูกปรับ 1,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที ส่วนกลุ่มความผิดร้ายแรงได้แก่ ผู้ขับรถยนต์สาธารณะเสพหรือเมาสุรา หรือเสพยาเสพติดให้โทษ เสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท รวมทั้งขับรถในขณะหย่อนความสามารถ หรือกระทำความผิดทางอาญา หากพบการกระทำผิดมีโทษตั้งแต่พักใช้จนถึงยกเลิกเพิกถอนใบอนุญาตทันที
ขณะที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม เผยที่ผ่านมาผู้ประกอบการรถแท็กซี่ไม่ได้ปรับค่าโดยสารมานานแล้วช่วงแรกจะให้ผู้ประกอบการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ มีกรมการขนส่งทางบกประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันการเรียกรถแบบเหมาจ่ายเดิมขึ้นกับรถแท็กซี่ตกลงกันกับผู้โดยสาร แต่ต่อไปกระทรวงจะปรับให้เป็นการกดมิเตอร์ ซึ่งจะได้ค่าโดยสารเท่ากับหรือใกล้เคียงกับที่เหมาจ่าย จูงใจให้คนขับไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ต่อไปเมื่อผู้โดยสารเรียกแท็กซี่แล้ว คนขับจะต้องไปทุกที่ ไม่มีการปฏิเสธ เพราะการดำเนินการครั้งนี้ จะวางกรอบครอบคลุมทั้งการให้บริการการใช้บริการ ทุกอย่างจะเป็นธรรมมากขึ้น ผู้ประกอบการจะมีเงินเหลือเพียงพอกับรายจ่าย ไม่ใช่ขับแท็กซี่แล้วได้เงินไม่ถึงค่าแรงขั้นต่ำหรือ 300 บาท