กรณีการแก้ไขปัญหาผู้ประกอบการร้านอาหารบุกรุกพื้นที่ราชพัสดุ บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา หรือ มอปลาย่างหลังจากที่นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้มีคำสั่งให้ร้านอาหารทั้ง 51 แห่ง ที่บุกรุกพื้นที่ราชพัสดุของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมธนารักษ์ กรมชลประทาน และแขวงการทาง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกให้หมดภายในวันที่ 14 ก.พ.58 โดยคำสั่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมานั้นเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 57 นายสมหวัง ดินขุนทด แกนนำผู้ประกอบการร้านอาหารบริเวณมอปลาย่าง กล่าวว่า จากการประชุมชี้แจงเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายธงชัย มอบหมายให้ธนารักษ์หาที่ให้ผู้ประกอบการอยู่ใหม่ เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการให้รื้อร้านอาหารออกจากบริเวณมอปลาย่างทั้งหมด จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า จะให้ย้ายไปอยู่ที่ใหม่บริเวณใด รู้แต่เพียงว่าที่ใหม่นี้จะแบ่งให้เช่าหน้ากว้างไม่เกิน 3 เมตร ต่อราย ซึ่งตนและผู้ประกอบการทั้งหมดมองว่าแคบเกินไป เพราะเป็นพื้นที่คับแคบมาก ไม่ต่างอะไรกับสลัม ดังนั้นผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงยังลังเลที่จะรื้อร้านออกขณะนี้ เพื่อรอให้ได้รับคำตอบที่ชัดเจน
"ส่วนเรื่องที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้ทุกหน่วยงานฟ้องเอาผิดรวมทั้งจะส่งเรื่องให้ ปปง.ดำเนินการยึดทรัพย์ผู้ประกอบการทั้งหมดเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านไม่ใช่นายทุน และการทำร้านอาหารก็เป็นการลงทุนที่ใช้งบประมาณจากการทำมาหากินโดยสุจริต ดังนั้นหากมีการฟ้องร้องเอาผิด หรือมีการส่งเรื่องให้ ปปง.ยึดทรัพย์ ก็เท่ากับประชาชนถูกหน่วยงานรัฐกลั่นแกล้ง
เหตุใดพื้นที่ของกรมธนารักษ์ที่อยู่รอบอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดกว่า 6,800 ไร่ ปัจจุบันจึงสามารถแบ่งให้ชาวบ้านกว่า 2,000 ราย เช่าได้ โดยมีอยู่ 470 ราย ที่ขอเช่าพร้อมกับพวกตน แต่กลับให้เช่าได้ ถ้าเป็นเช่นนี้หากพวกตนจะฟ้องกลับหน่วยงานภาครัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โทษฐานเป็นหน่วยงานรัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก็ย่อมได้ ดังนั้นหากจะดำเนินการฟ้องร้อง หรือยึดทรัพย์ ก็ควรทำให้เสมอภาคกันถึงจะถูกต้อง" นายสมหวัง กล่าว