จากกรณีพบชาวชาวต่างชาติเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุภายในห้องพักส่วนตัวในจังหวัดภูเก็ต1ราย ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่าชายคนดังกล่าวจะมีโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว แต่เนื่องจากพบมีประวัติเดินทางกลับมาจากเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา จึงต้องดำเนินการส่งผลเลือดตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการชีวะนิรภัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และที่คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อหาเชื้ออีโบลานั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบชิ้นเนื้อตับ เนื้อในกระพุ้งแก้ม และเนื้อในช่องทวารหนักมาตรวจด้วยเครื่องตรวจจากประเทศเยอรมนี และชุดเครื่องตรวจจากประเทศจีน ผลการตรวจออกมาแล้วไม่พบเขื้ออีโบลาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเนื่องจากชิ้นส่วนที่เอามาตรวจนั้นได้มาจากศพ ผลที่ออกมาจึงยังเป็นที่น่าสงสัยอยู่ เพราะตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกจะใช้เลือดมาตรวจวิเคราะห์ ส่วนการตรวจจากศพยังไม่มีแนวทางปฏิบัติ ทั้งนี้ผลที่ได้ทั้งหมดได้แจ้งให้กับกรมควบคุมโรคทราบ และให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาตีความหมายอีกครั้งหนึ่ง
นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านโรคติดเชื้อไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ทางจุฬาได้ทำการตรวจสอบ 3 ประเภท คือ 1. ตรวจสอบหาเชื้อไวรัสอีโบลาชนิดให้ผลเร็ว (เรียลไทม์ พีซีอาร์) เช่นเดียวกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 2.การตรวจสอบยืนยันผลซ้ำซึ่งครอบคลุมความผันแปรของรหัสพันธุกรรม เพื่อหาเชื้อไวรัสอีโบลา เชื้อไวรัสมาร์บวร์ก และเชื้อไวรัสในตระกูลเดียวกัน3.ตรวจวิเคราะห์ตามมาตรฐานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี)
โดยผลการตรวจวิเคราะห์ทั้ง 3 ประเภทให้ผลเป็นลบ ไม่พบว่ามีเชื้อไวรัสอีโบลาหรือเชื้อมาร์บวร์กแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตัวอย่างเลือดที่ส่งเข้ามาตรวจสอบนั้นได้จากศพที่ผ่านมาเสียชีวิตมาหลายวัน จึงยังไม่มั่นใจว่ามีผลกับผลวิเคราะห์ที่ออกมาหรือไม่จึงยังน่าเป็นห่วง ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังโรคติดเชื้อชนิดอื่นๆ ต่อไป