ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายพินิต ชัยรัตน์ ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังฤดูกาลผลิต 2556 พร้อมเกษตรกร กว่า 100 คน ได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องความช่วยเหลือ หลังจาก ชาวนาพื้นที่ อ.แม่ลาว ได้นำข้าวไปเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวนาปรังปี 2556 กับท่าข้าวนิธิผลสหการเกษตรกร ต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย แต่ไม่มีการออกใบประทวนให้ จนมีการดำเนินคดีความฟ้องร้องและมีผู้ถูกดำเนินคดีไปแล้ว แต่ชาวบ้านยังไม่ได้รับเงินค่าจำนำข้าว
ต่อมา นายชาติชาย สงวนพงษ์ ปลัดจังหวัดเชียงราย นายวุฒิชัย พิชิตนาค อัยการจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางมาพบกับเกษตรกร และมีการยื่นหนังสือจากเกษตรกร มีข้อความว่า "หลังจากที่ชาวนาไม่ได้รับใบประทวน ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.แม่ลาว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ทราบว่า ได้มีผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกง 3 คน และมีโรงสีข้าว เข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะผู้รับซื้อ 2 โรง ได้แก่โรงสีข้าว ก.เทพสวัสดิ์ และโรงสีข้าวแม่จันโกลเด้นแกรนด์ โดยโรงสีให้การในฐานะเป็นพยานว่า ได้รับซื้อข้าวจาก 1 ใน 3 ของผู้ถูกดำเนินคดีดังกล่าว แต่อีก 2 คน นั้นไม่รู้จักกัน
ในปัจจุบันมียอดความเสียหายทั้งหมดเป็นเงิน 9,572,400 บาท ซึ่งที่ผ่านมาทางโรงสีทั้ง 2 โรง ได้เยียวยาให้กับเกษตรกรเป็นเงินแล้ว 4,215,420 บาท คงเหลือเงินคงค้างจำนวน 5,356,980 บาท สำหรับผู้ที่ถูกดำเนินคดีได้แก่ เจ้าของท่าข้าวนิธิผลสหการเกษตร เจ้าของท่าข้าวการเกษตร และเจ้าของท่าข้าวรุ่งเรือง โดย 2 คนแรกถูกดำเนินคดีที่ศาลเทิง อ.เทิง จ.เชียงราย ส่วนที่ 3 ได้ประกันตัวออกมาดังนั้นจึงขอให้ทางจังหวัดโดยศูนย์ดำรงค์ธรรม ได้เรียกคู่กรณีไปเจรจาไกล่เกลี่ยกับชาวนาเพื่อจ่ายค่าใช้เงินค่าข้าวที่เหลือด้วย
หลังจากที่ปลัดจังหวัดเชียงราย ได้รับเรื่องแล้วได้แจ้งให้เกษตรกรทราบว่าทางจังหวัดจะดำเนินการแจ้งให้ นางธมลพรรณ ทราบเรื่องเพื่อให้มาเจรจาไกล่เกลี่ยตามที่ชาวบ้านร้องขอมา ทำให้กลุ่มเกษตรกรพอใจและยอมสลายตัว