ทากาฮาระ บอกว่า บริษัทญี่ปุ่นมีความสนใจลงทุนในการสร้างโรงงานผลิต เช่นโรงงานสิ่งทอ เนื่องจากมเมียนมาร์มีอัตราค่าแรงต่ำที่สุด โดยเขาเล่าว่าเมื่อปี 2555 มีบริษัทญี่ปุ่นจำนวน 53 แห่งในเมียนมาร์ แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 185 บริษัท ซึ่งถือเป็นการพัฒนาอันยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม มีบริษัทที่ประสงค์จะลงทุนในภาคการผลิตน้อยมาก ราว 10 บริษัท จาก 185 บริษัทเท่านั้น ส่วนที่เหลืออยู่ในภาคการธนาคาร อสังหาฯ การค้า บริษัทกฎหมาย การบัญชี และบริษัทที่ปรึกษา
ทากาฮาระ กล่าวเสริมว่า บริษัทที่สนใจภาคการผลิตเลือกที่จะลงทุนในโรงงานสิ่งทอ และเนื่องจากค่าแรงต่ำ โรงงานสิ่งทอจึงทำกำไรได้มา โดยเมียนมาร์เป็นประเทศเป้าหมายสำหรับบริษัทญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีเขตอุตสาหกรรมมากมายในนครย่างกุ้ง แต่บริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต่างพยายามที่จะหาที่ดินในเขตอุตสาหกรรมมิงกาลาดอน ในจำนวน 10 บริษัทดังกล่าว มี 6 บริษัทที่อยู่ในเขตอุตสาหกรรมแห่งนี้ โดยเป็นเขตทีได้รับการพัฒนาจากเจ้าของที่เป็นเอกชน
เขาอธิบายว่า เขตอุตสาหกรรมนี้ มีระบบไฟฟ้า สุขอาณามัย และการจ่ายน้ำพร้อม ส่วนเขตอุตสาหกรรมที่พัฒนาโดยรัฐบาล บริษัทที่เข้าไปลงทุนต้องสร้างสิ่งเหล่านี้เอง สำหรับบริษัทญี่ปุ่น เป็นเรื่องยากที่จะย้ายจากเขตนี้ไปยังเขตอื่น ในช่วง 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา บริษัทในภาคการผลิตของญี่ปุ่นมากมายมายังเมียนมาร์ เพราะอยากลงทุนทำธุรกิจที่นี่ แต่หาที่ดินสร้างโรงงานไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่มีผู้ผลิตญี่ปุ่นน้อยรายมาลงทุนสร้างโรงงานในเมียนมาร์
แม้ว่ามีบริษัทมากมายที่จำเป็นต้องอาศัยภาคแรงงานขนาดใหญ่ อยากเข้ามาลงทุนในประเทศกำลังพัฒนา เพราะมีค่าแรงต่ำ แต่บริษัทญี่ปุ่นก็เลือกที่จะลงทุนในภาคบริการในเมียนมาร์มากกกว่า