เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย(มกค.)รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ"ทวนความรู้สู่มหาวิทยาลัยกับสหพัฒน์ ครั้งที่ 17" โดยมีนายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ,นายกรณ์ จาติกวณิช , นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายหะริน อุปรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาต้าโปร คอมพิวเตอร์ ซิสเต็มส์ จำกัด และผศ.แน่งน้อย ใจอ่อนน้อม รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มกค. ตัวแทนภาคีร่วมจัดโครงการร่วมในพิธี
รศ.นพ.กำจร กล่าวว่าโครงการในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของภาคเอกชนในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและเยาวชนของชาติ ถือเป็นโครงการที่มีคุณค่า และนักเรียนทุกคนที่เข้าร่วมโครงการเชื่อว่าเป็นกลุ่มเด็กรักเรียนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีเป้าหมาย เข้าสู่อุดมศึกษา ซึ่งอุดมศึกษาไทยมีที่นั่งให้นักเรียนอย่างเพียงพอ
แต่ในบางสาขาวิชาอาจมีการแข่งขันกันบ้าง ดังนั้น ถึงแม้สอบไม่ได้ในสาขาที่ตนเองอยากเข้าเรียน แต่ก็ยังมีที่อื่นให้เข้าเรียนอีกมาก จึงอยากให้นักเรียนทุกคนใช้เวลาในการทบทวนความรู้อย่างเต็มที่ และเมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยก็ขอให้ตั้งใจเรียน เพราะในอนาคตเออีซีจะเปิดจะมีนักศึกษา บัณฑิตต่างชาติเข้ามาอยู่ในไทยและแข่งขันกับนักศึกษาไทยในการมีงานทำ ตอนนี้แม้บัณฑิตไทยจะมีภาวะตกงานอยู่มาก แต่ถ้าเทียบกับประเทศอื่นคนตกงานก็ถือว่ายังน้อย คนไทยยังมีโอกาสแข่งขันได้ ถ้าเรียนเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ ไม่ใช่เรียนเพื่อสอบอย่างเดียว
นายบุญชัย กล่าวว่าสหพัฒน์ได้จัดโครงการดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมให้กับเยาวชนไทย เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการปลูกฝังความรู้แและจิตสำนึกที่ดีให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพเป็นคนดีของสังคม ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของการดำเนินงานของสหพัฒน์ที่มุ่งสร้างความสำเร็จทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างสรรค์ความดีสู่สังคมไทย
นายอดิศักดิ์ กล่าวว่าเป้าหมายหลักของเนชั่นฯ สอดคล้องกับทางสหพัฒน์ ในการสร้างความเท่าเทียมในการศึกษาให้แก่เด็กในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัด ที่อาจจะไม่มีโอกาสได้เรียนกับติวเตอร์เก่งๆ ซึ่งโครงการนี้ จะเป็นการขยายโอกาสให้แก่เด็กทุกคนได้เข้ามาทบทวนความรู้จากอาจารย์เก่งๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ อีกทั้งยังมีการแจกตำราเรียน และถ้านักเรียนไม่สะดวกจะมาติวก็สามารถดาวน์โหลดตำราเรียน หรือดูย้อนหลังได้ทางเว็บไซต์ www.247friend.net
อย่างไรก็ตาม อยากฝากให้นักเรียนๆ ทุกคนที่มีโอกาสมาติวที่มกค. ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้มีการเตรียมพร้อมเรื่องสถานที่ โดยสัปดาห์ที่มีการจัดติว มหาวิทยาลัยงดการเรียนการสอน อีกทั้งได้มีการจัดหอประชุมใหญ่ และถ่ายทอดการติวไปยังห้องเรียนต่างๆ จำนวน 146 ห้อง ดังนั้น นักเรียนที่มาติวขอให้ศึกษาหาความรู้ และการติวอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ขอให้ตั้งใจเรียนในห้องเรียน หมั่นทบทวนหาความรู้เพิ่มเติมสม่ำเสมอ
น.ส.อรวิน บุญเส้ง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา จ.นนทบุรี กล่าวว่าเธอและเพื่อนๆ ตั้งใจจะมาเรียนติวภาษาอังกฤษ เพราะว่าพวกเธอยังอ่อนวิชานี้อยู่มาก ซึ่งจากการสอบถามรุ่นพี่ที่เคยมาติวเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาต่างบอกว่าเป็นการจัดติวที่ดีมาก มีอาจารย์ติวเตอร์เก่งๆ มาสอน ทำให้เข้าใจบทเรียน แนวข้อสอบ และเป็นการทบทวนบทเรียน ซึ่งเท่าที่ได้ฟังการสอนช่วงเช้าเป็นการเรียนติวที่สนุก อยากให้มีการจัดโครงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อเด็กที่ไม่มีโอกาสได้เรียนติว ได้ทบทวนความรู้ก่อนสอบ
สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-12 ตุลาคม 2557 โดยเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศ ซึ่งปีนี้ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 1.8 แสนคน ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการสอบเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เจาะลึกแนวข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่สามารถนำไปในการสอบการทดสอบการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ,การทดสอบความถนัดทั่วไป (แกต) และการทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (แพต) และได้เพิ่มวิชาความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ (แพต 3)ดังนั้น ในปีนี้จึงมีการจัดสอนทั้งหมด 9 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และวิชาแพต 3
นอกจากนั้นได้มีการเพิ่มเติมติวเข้มภาษาอังกฤษเตรียมสู่เออีซี ในวันที่ 12 ต.ค.2557 ที่มกค. และถ่ายทอดสัญญาณบรอดแบนด์ไปยังโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของนักเรียนจำนวนมากที่อยากเข้าร่วมโครงการ อีกทั้งโครงการดังกล่าว ยังคงยึดมั่นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนพร้อมกันทั้ง 4 ภาค 4มหาวิทยาลัย ได้แก่ ภาคกลางจัดที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ภาคเหนือจัดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น และภาคใต้จัดที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ พร้อมถ่ายทอดสดสัญญาณบรอดแบนด์ไปยังโรงเรียนต่างๆกว่า 700 แห่ง ใน77 จังหวัดทั่วประเทศไทย เพื่อขยายโอกาสให้กับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลได้ทบทวนความรู้ไปพร้อมๆ กัน